จากกรณีครม. มีมติเมื่อวันที่ 25 ต.ค. ผ่านร่างพระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ….. ที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาได้ตรวจพิจารณาแล้ว ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขอ้างว่าได้ดำเนินการรับฟังความคิดเห็นของกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากร่างพระราชบัญญัติด้วยแล้วนั้น ล่าสุดกลุ่มชาวไร่ยาสูบเหนือ-อีสาน-กลาง และสมาคมการค้ายาสูบไทย ตัวแทนจากผู้ประกอบร้านค้าขนาดเล็ก(โชห่วย) นำโดยนายกฤษณ์ ผาทอง นายกสมาคมผู้เพาะปลูก ผู้บ่มและผู้ค้าใบยาสูบจังหวัดเชียงใหม่ และตัวแทนกลุ่มชาวไร่ยาสูบ เห็นว่าร่างกฎหมายยังขาดความสมดุล มีมาตรการสุดโต่งหลายประการ และหลายมาตรการไม่ช่วยแก้ปัญหาการสูบบุหรี่อย่างแท้จริง จึงเรียกร้องให้ สนช. แก้ไขมาตราที่ยังมีปัญหาก่อนออกบังคับใช้เป็นกฎหมาย

“เรารู้สึกผิดหวังที่ครม. เห็นชอบกับร่างกฎหมายนี้ ทั้งๆที่ยังมีประเด็นที่เป็นข้อขัดแย้งหลายมาตรการที่ยังไม่ได้มีข้อยุติหรือการแก้ไขใดๆ หรือหลักประกันใดๆ ร่างกฎหมายนี้จะกระทบต่ออาชีพของชาวไร่ยาสูบที่มีอยู่ทั่วประเทศกว่า 43,000 ครัวเรือน และท่านนายกรัฐมนตรีพล.อ.ประยุทธ์ เอง ก็รับทราบถึงประเด็นปัญหานี้และได้เคยบอกไว้ชัดว่าให้มีการแก้ไขประเด็นที่เป็นข้อขัดแย้งเสียก่อน แต่กลับไม่มีการแก้ไข ร่างกฎหมายฉบับนี้ให้อำนาจดุลยพินิจแก่เจ้าหน้าที่ในการออกกฎหมายลูกในภายหลังโดยไม่ต้องผ่านคณะรัฐมนตรีและรัฐสภาฯ จำนวนมาก ซึ่งเป็นเรื่องอันตรายมาก

นอกจากนี้ยังกีดกันสมาคมชาวไร่ยาสูบ ยกตัวอย่างเช่น มีการกำหนดนิยามคำว่า “ผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง” ที่ระบุอย่างชัดเจนถึงสมาคมของชาวไร่ สมาคมผู้เพาะบ่มใบยาหรือแม้แต่สมาคมกลุ่มผู้ค้าปลีกยาสูบ และห้ามผู้มีส่วนเกี่ยวข้องดำเนินกิจกรรมหลายประการ รวมถึงการตัดโอกาสในการทำกิจกรรมเพื่อสังคมซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องสุขภาพเลย” นายกฤษณ์ ผาทอง นายกสมาคมผู้เพาะปลูก ผู้บ่มและผู้ค้าใบยาสูบจังหวัดเชียงใหม่และตัวแทนกลุ่มชาวไร่ยาสูบกล่าว

นายกฤษณ์กล่าวด้วยว่า ชาวไร่ยาสูบต่อสู่เรื่องนี้มากว่า 4 ปีแล้ว และจะยังเดินหน้าเรียกร้องให้มีการแก้ไขประเด็นที่เป็นปัญหาต่อไปในชั้น สนช.”เราจึงขอวิงวอนให้สนช. รับฟังความเห็นของเราและให้ความเป็นธรรมต่อพวกเราด้วยโดย 1. แก้ไขมาตรการสุดโต่งที่เป็นปัญหานี้ก่อนที่จะออกมาเป็นกฎหมายบังคับใช้ 2.ให้ตัวแทนชาวไร่และร้านโชห่วยเข้าไปให้ข้อมูลและแสดงความคิดเห็นในชั้นกรรมาธิการ เพื่อให้ประเทศเรามีกฎหมายที่สมดุลและไม่สุดโต่งจนเกินไป ซึ่งเราจะเดินทางไปยื่นหนังสือต่อ สนช.ในเร็วๆ นี้”

ด้านกลุ่มผู้ค้าปลีกยาสูบขนาดเล็ก (โชห่วย) นำโดยนางวราภรณ์ นะมาตร์ ผู้อำนวยการบริหารสมาคมการค้ายาสูบไทยที่มีสมาชิกโชห่วยที่ขายผลิตภัณฑ์ยาสูบทั่วประเทศ 1,200 ราย กล่าวว่า ร่างกฎหมายฉบับนี้มีข้อห้ามอีกมากมายที่จะกระทบกับธุรกิจร้านค้าขนาดเล็ก ซึ่งมีกว่า 870,000 รายทั่วประเทศ โดยที่ข้อห้ามเหล่านั้นไม่เกี่ยวข้องกับการลดจำนวนผู้สูบบุหรี่ เช่น การห้ามใช้เครื่องหมายการค้าบนซองบุหรี่ การไม่ให้ร้านค้าตั้งวางผลิตภัณฑ์ในร้าน การกำหนดการแสดงราคา กำหนดอายุคนขาย การแบ่งขาย โดยเฉพาะการห้ามใช้เครื่องหมายการค้าที่ซอง และให้ทุกยี่ห้อจะมีสีและลักษณะเหมือนกันหมดซึ่งมีประเด็นที่ขัดแย้งกับกฎหมายเครื่องหมายการค้าและการค้าระหว่างประเทศอยู่ หวังว่าสนช.จะรับฟังข้อกังวลของร้านค้าด้วยใจที่เปิดกว้างและคิดถึงสภาพความเป็นจริงของการทำมาค้าขาย โดยเฉพาะกลุ่มคนทำมาหากินและร้านค้าขนาดเล็กด้วย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน