หอการค้าวอนรัฐ ต่อคนละครึ่ง ถึงสิ้นปี เพิ่มเงิน 1.5 พันบาท ขอเร่งเลิก Test&Go 1 พ.ค.นี้ ขอขยายเพดานหนี้สาธารณะเป็น 70% กระตุ้นกำลังซื้อ
วันที่ 4 เม.ย.2565 นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เผยว่า อยากให้ขยายวงเงินใช้จ่ายมาตรการคนละครึ่งเป็น 1.5 พันบาท จากปัจจุบัน 1.2 พันบาท และต่ออายุโครงการไปจนสิ้นปี 2565 จากเดิมเฟส 4 จะหมดอายุสิ้นเดือนเม.ย.นี้ เพราะเป็นมาตรการที่ช่วยเพิ่มเม็ดเงินในระบบกว่า 6.4 หมื่นล้านบาท โดยสามารถช่วยเหลือค่าครองชีพให้คนมีรายได้น้อย และกลุ่มเปราะบางได้จริง รวมทั้งยังช่วยเพิ่มรายได้ให้กับร้านค้ารายย่อย แผงลอยและวิสาหกิจขนาดย่อมด้วย
ทั้งนี้ทางสภาหอการค้า ยังต้องการให้รัฐบาลเร่งเปิดประเทศ ยกเลิก Test &go โดยเร็ว ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค.นี้ พร้อมกับประกาศให้โควิดเป็นโรคประจำถิ่น โดยมีเงื่อนไขต้องเร่งฉีดวัคซีนเข็ม 3 ให้คนอายุ 18 ปีขึ้นไปให้ได้ 70%ก่อน เพื่อฟื้นรายได้การท่องเที่ยว โดยหอการค้าฯ พร้อมทำงานร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
นอกจากนี้รัฐบาลต้องเสนอเรื่องการขยายเพดานหนี้สาธารณะจาก 60% ไปเป็น 70% เข้าสู่สภาผู้แทนราษฎรเพื่อให้อนุมัติโดยเร็ว เร่งกู้เงินมากระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม เพราะปัจจุบันเหลือเงินเพียง 7 หมื่นล้านบาท ขณะที่ยังมีความไม่แน่นอนและผลกระทบเศรษฐกิจจากปัญหาสงครามรัสเซีย-ยูเครน ส่วนกรณีที่รัฐบาลเตรียมปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำนั้นไม่เห็นด้วยเพราะจะส่งผลกระทบต่อต้นทุนและราคาสินค้าให้ปรับเพิ่มขึ้น และหากจะปรับขึ้นควรให้เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการระดับจังหวัดพิจารณาตามความเหมาะสมของสภาพเศรษฐกิจในแต่ละจังหวัด
รัฐต้องเร่งกู้เงินเข้ามากระตุ้นเศรษฐกิจให้ต่อเนื่อง ขยายมาตรการคนละครึ่ง เพื่อกระตุ้นกำลังซื้อในระบบ เพื่อให้เศรษฐกิจไทยเติบโตได้ 3.5% ตามเป้า และหากรัฐปรับขึ้นค่าแรง ตอนนี้ถือว่าผิดพลาดอย่างรุนแรง เพราะเป็นการทำลายเศรษฐกิจ อาจทำให้เศรษฐกิจไทยจะเข้าสู่ภาวะถดถอย (Stagflation) และ เงินเฟ้อสูง
เมื่อเร็วๆ นี้ หอการค้าได้ทำหนังสือไปยังรัฐบาลขอให้ชะลอการเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง100% ออกไปก่อน ซึ่งหวังว่าจะได้รับการพิจารณา เพราะส่งกระทบกับภาคธุรกิจที่รายได้ยังไม่ฟื้นตัวเป็นอย่างมาก และหากจะมีการปรับขึ้นควรทยอยปรับแบบขั้นบันได เช่น 20% 50% 75% และ100%
สำหรับปัญหาเงินเฟ้อเดือนก.พ.ที่สูงถึง 5.28% ถือว่าน่ากลัวมาก แต่จะเพิ่มสูงขึ้นถึงไหนไม่สามารถบอกได้ ที่ผ่านมาผู้ประกอบการ กับกระทรวงพาณิชย์ทำงานใกล้ชิดกัน โดยผู้ประกอบการจะพยายามตรึงราคาสินค้าต่อไป โดยเชื่อว่าหากเศรษฐกิจไม่ดีก็จะไม่สามารถขึ้นราคาสินค้าได้
ทางน.ส.ศุภวรรณ ถนอมเกียรติภูมิ กรรมการรองเลขาธิการ กล่าวว่า การเก็บภาษีที่ดินกระทบกับธุรกิจโรงแรมมากที่สุด เพราะปัจจุบันรายได้ยังไม่กลับมา แต่ต้องเสียภาษี100% ซึ่งปัจจุบันรัฐคิดภาษีจากราคาประเมินที่ดิน ไม่ได้ประเมินจากรายได้เหมือนในอดีต โดยเฉพาะโรงแรมที่อยู่แถบราชประสงค์ได้รับผลกระทบมาก โดยพบว่าจะต้องเสียภาษีมากกว่าอัตราเดิมถึง30%

