เครือสหพัฒน์ วอนกระทรวงพาณิชย์ ขอขึ้นราคาสินค้า รับวิกฤตหนักกว่าต้มยำกุ้ง ชี้ต้นทุนทุกอย่างขึ้น ขอผู้บริโภคเตรียมตัวเตรียมใจ
เมื่อวันที่ 9 มิ.ย. 265 นายบุณยสิทธิ์ โชควัฒนา ประธานเครือสหพัฒน์ กล่าวว่า เครือสหพัฒน์ได้รับผลกระทบจากวิกฤติต้นทุนสินค้าที่ปรับสูงขึ้น ซึ่งเป็นผลมาจากสงครามรัสเซีย-ยูเครน ส่งผลกระทบต่อราคาพลังงาน และวัตถุดิบสำหรับผลิตสินค้าหลายตัวได้ปรับสูงขึ้น ขณะนี้กำลังพูดคุยกับกระทรวงพาณิชย์ เพื่อขอปรับราคาสินค้า โดยสินค้าในเครือสหพัฒน์ส่วนใหญ่จะเป็นสินค้าที่อยู่ในการควบคุมของกระทรวงพาณิชย์
“วิกฤตครั้งนี้รุนแรงกว่าเมื่อ 26 ปีที่แล้วที่เจอวิกฤตต้มยำกุ้ง เพราะครั้งนี้เป็นผลกระทบในวงกว้าง เมื่อต้นทุนทุกอย่างขึ้น สินค้าก็ต้องขึ้นราคา เช่นเดียวกับเราต้องขึ้นราคา ถ้าไม่ขึ้นเป็นไปไม่ได้ สินค้าที่จะขึ้นราคาก่อนต้องดูที่ราคาวัตถุดิบที่ปรับเพิ่มขึ้น อย่างบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป วัตถุดิบทั้งข้าวสาลี และน้ำมันปาล์ม ที่ราคาปรับขึ้นสูงตั้งแต่ 3 เดือนที่เกิดสงคราม และหลายประเทศทั่วโลกได้รับผลกระทบเช่นเดียวกัน โดยประเทศอื่นๆ อย่าง ญี่ปุ่น ไต้หวัน และจีน ได้ปรับราคาบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปขึ้นไปแล้ว”
นอกจากนี้ยังมีผงซักฟอก ที่จะต้องปรับราคาขึ้น ซึ่งต้องคุยกับกระทรวงพาณิชย์ว่าจะปรับขึ้นได้เท่าไหร่ รวมถึงสินค้าอีกหลายรายการที่ต้นทุนปรับขึ้น โดยต้องขอกระทรวงพาณิชย์ในการปรับราคาสินค้า และจะขึ้นราคาไม่ให้ผู้บริโภคเดือดร้อน และให้ผู้บริโภคได้เตรียมตัวเตรียมใจด้วย ซึ่งการปรับราคาต้องทยอยปรับขึ้น หากไม่ปรับราคาขึ้นจะทำให้ตลาดมีปัญหาได้ มีโอกาสที่วัตถุดิบสินค้าจะขาดแคลน
พร้อมกันนี้ภาวะเงินเฟ้อเป็นเรื่องที่ต้องจับตาดู ซึ่งขึ้นอยู่กับสงครามรัสเซียกับยูเครนจะยุติเร็วหรือช้า ตอนนี้ยืดเยื้อมา 109 วันแล้ว และทั่วโลกจะแก้ไขปัญหาด้วยวิธีใด อย่างไรก็ดีเศรษฐกิจไทยยังดีกว่าประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคเอเชีย เพราะไทยส่งออกอาหาร ทำให้เป็นโอกาสที่ดี ในขณะที่กำลังซื้อของผู้บริโภคไทยฟื้นเร็วว่าประเทศอื่น คนไทยปรับตัวได้ดีเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ
“ยอมรับว่าสงครามหนักกว่าโควิด-19 ซึ่งโควิดถ้าจบเร็ว1-2 ปีไทยจะฟื้นตัว แต่สงครามยังไม่รู้ว่าจะยืดเยื้อไปอีกนานแค่ไหน ทำให้เครือสหพัฒน์มองว่าวิกฤตในปีนี้หนักกว่า 26 ปีที่แล้ว และวิกฤตในครั้งนั้นเครือสหพัฒน์ได้จัดงานสหกรุ๊ป แฟร์ เป็นครั้งแรก และวิกฤตครั้งนี้ ได้จัดงานสหกรุ๊ป แฟร์ เป็นครั้งที่ 26 และหวังว่างานนี้จะช่วยแบ่งเบาภาระของผู้บริโภคได้”
ด้าน นายธรรมรัตน์ โชควัฒนา กรรมการผู้อำนวยการและประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) และประธานจัดงาน “งานสหกรุ๊ปแฟร์ ครั้งที่ 26” กล่าวว่า ในปีนี้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 เริ่มคลี่คลาย จึงเป็นโอกาสที่ดีที่เครือสหพัฒน์จะได้นำงานสหกรุ๊ปแฟร์กลับมาจัดในรูปแบบออนไซต์เช่นเดิม ที่ไบเทค บางนา หลังจากในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาต้องเผชิญกับการแพร่ระบาดโควิด-19 ทำให้ได้ปรับรูปแบบมาเป็นการจัดงานออนไลน์
“งานสหกรุ๊ปแฟร์ ครั้งที่ 26 นี้ จะจัดตั้งแต่วันที่ 30 มิ.ย.ถึง 3 ก.ค.2565 ที่ฮอลล์ 98-100 ไบเทค บางนา ขณะเดียวกันงานในปีนี้จะจัดงานในรูปแบบออนไลน์ด้วย ที่ได้เริ่มแล้วตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย.ที่ผ่านมา และงานออนไลน์จะจัดยาวถึง 30 มิ.ย.นี้ นำสินค้ามาลดราคาสูงสุด 90% และฟรีค่าจัดส่ง เนื่องจากตอนนี้ค่าครองชีพของคนไทยสูงขึ้นมาก สินค้าหลายรายการปรับราคาขึ้นไปแล้ว และยังมีอีกหลายรายการที่เตรียมขึ้นราคา เครือสหพัฒน์จึงได้จัดงานดังกล่าวเพื่อปลดล็อกค่าครองชีพที่สูงขึ้น โดยนำสินค้าของกินของใช้มาให้จับจ่ายในราคาเบาๆ พร้อมโปรโมชั่นพิเศษกว่าทุกปี” นายธรรมรัตน์ กล่าว