นายคีรี กาญจนพาสน์ ประธานกรรมการ บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า โครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพูส่วนต่อขยายเข้าเมืองทองธานี เริ่มดำเนินการเริ่มก่อสร้างเมื่อเดือนมิ.ย. 2561 แต่ยอมรับว่า ที่ผ่านมาโครงการล่าช้า เพราะการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้ขาดแรงงาน แต่มั่นใจว่าในช่วงต้นปี 2566 โครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพู จะเปิดให้บริการได้แม้จะเปิดได้บางส่วน แต่สำหรับส่วนต่อขยายเข้าเมืองทองธานี วงเงินประมาณ 4,000 ล้านบาท นั้น คาดว่าจะสามารถเปิดให้บริการได้ในช่วงปลายปี 2567-2568
นายคีรี กล่าวอีกว่า โดยโครงการนี้จะเอื้อประโยชน์ให้กับผู้ที่อยู่อาศัยและผู้ที่ถูกผู้ที่ทำงานอยู่ในเมืองทองธานีกว่า 300,000 คน รวมทั้งผู้ที่เดินทางเข้ามาร่วมงานแสดงสินค้าและการประชุมที่มีมากกว่า 10 ล้านคนต่อปี ให้ได้รับความสะดวกสบายในการใช้บริการรถไฟฟ้า และช่วยแก้ปัญหาจราจรและช่วยแก้ปัญหาจราจร ส่วนกรณีที่มีบางฝ่ายออกมาระบุว่าโครงการนี้เป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับเอกชน ยืนยันว่าโครงการนี้เอกชนดำเนินการลงทุนทั้งหมดเอง และทำเพื่อประโยชน์ของประชาชน
ด้านนายปีเตอร์ กาญจนพาสน์ ประธานกรรมการ บริษัท บางกอกแลนด์ จำกัด (มหาชน) หรือบีแลนด์ กล่าวว่า สำหรับโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพูส่วนต่อขยายที่เข้ามาในเมืองทองธานี นั้น จะช่วยส่งเสริมธุรกิจต่างๆ ในเมืองทองธานี อาทิ ศูนย์การแสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค โรงแรม คอสโม บาซาร์ คอสโม วอล์ค และ คอสโม ออฟฟิศ พาร์ค ให้มีการเติบโตมากขึ้นอีก 10-20%

นอกจากนี้ ยังจะเพิ่มศักยภาพและเพิ่มมูลค่าที่ดินเปล่าในเมืองทองธานีที่มีอยู่อีก 600 ไร่ โดยจะมีมูลค่าเติบโตเพิ่มขึ้นอย่างมาก ซึ่งเราได้วางแผนไว้ว่าจะพัฒนาให้เป็นโครงการ มิกซ์ยูส เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้คนรุ่นใหม่เป็นอย่างดี
นายปีเตอร์ กล่าวอีกว่า ทั้ง 2 สถานีดังกล่าว จะเป็นเส้นทางส่วนต่อขยายเข้ามาในเมืองทองธานีจนถึงทะเลสาบเมืองทองธานีรวมเป็นระยะทางประมาณ 3 กิโลเมตร ทั้งนี้ บริษัทได้ลงทุนการก่อสร้างสกายวอล์ก วงเงิน 1,000 ล้านบาท เพื่อเชื่อมต่อจากโครงการฯ ไปยังศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค, โรงแรม, ร้านค้าปลีก และห้างสรรพสินค้าต่างๆ เพื่อรองรับการเติบโตและมอบความสะดวกสบายให้แก่ผู้ที่มาใช้บริการอย่างสูงสุด
สำหรับการลงนามในครั้งนี้ระหว่างเอ็นบีเอ็ม และบีแลนด์ เป็นการลงนามในสัญญา 2 ฉบับ แบ่งเป็น 1. สัญญาให้การสนับสนุนการก่อสร้าง โครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพู ส่วนต่อขยายเข้าเมืองทองธานี
และ 2. สัญญาก่อสร้างทางเชื่อม จากโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพูส่วนต่อขยายเข้ามายังตัวอาคารของเมืองทองธานี โดยภายใต้สัญญาดังกล่าว ทางบีแลนด์ ได้อนุมัติเงินสมทบและค่าสิทธิ์ให้กับ เอ็นบีเอ็ม ประมาณ 1,293.75 ล้านบาท (ซึ่งอยู่ในวงเงิน 4 พันล้านบาท ของโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพูส่วนต่อขยายฯ) และยังได้อนุมัติเงินสมทบเพื่อสนับสนุนการบำรุงรักษาจำนวน 10.35 ล้านบาทต่อปี นับจากวันที่ส่วนต่อขยายเมืองทองธานีเปิดให้บริการ
ทั้งนี้ คาดว่าเมื่อโครงการแล้วเสร็จจะมีปริมาณผู้โดยสารอยู่ที่ 13,785 คนต่อเที่ยวต่อวัน หากโครงการดำเนินการแล้วเสร็จ จะช่วยบรรเทาปัญหาการจราจรในการเดินทางเข้าพื้นที่เมืองทองธานีได้เป็นอย่างดี เพราะพื้นที่ดังกล่าวเป็นชุมชนขนาดใหญ่ และมีผู้เดินทางเข้า-ออกเป็นจำนวนมาก ส่วนภาพรวมโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพู ช่วงแคราย-มีนบุรี จำนวน 30 สถานี (ไม่รวมสถานีอิมแพ็คเมืองทองธานี และสถานีทะเลสาบเมืองทองธานี) มีความคืบหน้าโครงการ 89.43% แบ่งเป็นงานโยธา 91.01% และงานระบบรถไฟฟ้า 87.90% ซึ่งคาดว่าจะเปิดให้บริการได้บางส่วนช่วงต้นปี 2566