ส.อ.ท. หวั่นบาทอ่อนแตะ 38 บาท คนไทยอาจได้เห็นค่าไฟแพงขึ้น ฟันธงส่งออก-ท่องเที่ยวรับอานิสงส์บาทอ่อน

ส.อ.ท.ผวาบาทอ่อนแตะ38 – นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า หลังจากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายสู่ระดับ 3-3.25% ถือเป็นเรื่องปกติ เพราะไม่สามารถควบคุมอัตราเงินเฟ้อในประเทศได้ แม้ใช้ยาแรงด้วยการปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายมาอย่างต่อเนื่อง จึงต้องใช้ยาแรงสกัดเงินเฟ้ออีกรอบหนึ่ง กลายเป็นแรงกดดันให้ ค่าเงินบาทอ่อนค่าไปแตะ 37 บาทต่อเหรียญสหรัฐ และมีแนวโน้มอาจทะลุไปแตะ 38 บาทต่อเหรียญสหรัฐ หากรัฐบาลและธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ยังไม่มีมาตรการรองรับที่เพียงพอ

“บาทอ่อนค่าส่งผลดีต่อภาคอุตสาหกรรมที่เน้นการส่งออก และธุรกิจท่องเที่ยวที่หากเป็นเช่นนี้ ปีนี้เราอาจได้เห็นนักท่องเที่ยวเข้าในไทยถึง 10 ล้านคน ตามเป้าหมายที่วางไว้ แต่สิ่งที่จะตามมาคือ ราคาการนำเข้าพลังงานทั้งน้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ ก๊าซธรรมชาติเหลว (แอลเอ็นจี) ที่ต้องปรับเพิ่มขึ้นตามการอ่อนค่าของเงินบาทด้วย จากปัจจุบันไทยนำเข้าน้ำมัน 900,000 บาร์เรลต่อวัน โดยฉพาะ แอลเอ็นจี ที่เป็นเชื้อเพลิงหลักในการผลิตไฟฟ้า อาจทำให้เราจะได้เห็นค่าไฟฟ้าที่สูงเกิน 4.72 บาทต่อหน่วยก็เป็นได้”

นอกจากนี้ ต้นทุนวัตถุดิบในการผลิตสินค้าที่เน้นจำหน่ายในประเทศ จะต้องปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง สุดท้ายก็ต้องมีการปรับราคาจำหน่ายหน้าโรงงานตามต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ส่วนจะปรับขึ้นเท่าใด อาทิ ปรับขึ้นอีก 10-30% หรืออาจปรับขึ้นไม่ถึง หรืออาจตรึงราคาได้อีกระยะหนึ่ง เพราะกำลังซื้อในประเทศก็ซบเซา สิ่งเหล่านี้ล้วนส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อไทยพุ่งทะยานขึ้น เป็นลูกโซ่ตามไปด้วย

นายเกรียงไกร กล่าวว่า ภาคเอกชนต้องการให้ธปท.และกระทรวงการคลังร่วมกันหาจุดสมดุลของค่าบาทที่เหมาะสมว่าควรอยู่ในระดับใด เพื่อดูแลคนที่ได้ประโยชน์และเสียผลประโยนชน์จากสถานการณ์ขณะนี้ โดยเฉพาะการที่ธนาคารพาณิชย์คงต้องทยอยปรับขึ้นดอกเบี้ยตามไปด้วย เพื่อเป็นตัวหน่วงให้ภาวะเศรษฐกิจในประเทศเกิดความสมดุล ส่วนจะขึ้นดอกเบี้ยเท่าใดจึงจะเหมาะสม ส่วนตัวคงตอบไม่ได้ ส่วนกรณีที่มีคนต้องการเห็นค่าเงินอยู่ที่ 35 บาทต่อเหรียญสหรัฐนั้น เรื่องนี้ทุกคนก็มีสิทธิ เสนอมุมมอง ส่วนจะเป็นไปได้หรือไม่เป็นอีกเรื่องหนึ่ง

ผู้สื่อข่าวถามว่ารัฐบาลควรรับมือกับกรณีดังกล่าวอย่างไร นายเกรียงไกร กล่าวว่า ประเทศไทยจะต้องรีบมีข้อสรุปหรือหาตัวนายกรัฐมนตรีตัวจริงเสียงจริงให้เร็วที่สุด เพื่อมาบัญชาการแก้ไขปัญหาดังกล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน