นางอุมากมล สุนทรสุรัติ ผู้ช่วยผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยถึงผลการสำรวจพฤติกรรมในการใช้จ่ายของผู้บริโภคในช่วงเทศกาล ซึ่งสำรวจระหว่างวันที่ 9-15 ม.ค. 2566 จำนวน 12,501 ตัวอย่าง ทั่วประเทศว่า คนส่วนใหญ่ 70.3% ไม่ได้วางแผนท่องเที่ยวในช่วงตรุษจีน, 19.2% จะเที่ยวแบบไปเช้าเย็นกลับ, 10.2% ไปเที่ยวค้างคืน และ 0.3% ไปเที่ยวต่างประเทศ
ส่วนใหญ่ 91.3% ยังไปซื้อสินค้าด้วยตนเอง และ 8.7% ใช้บริการเดลิเวอร์รี่ แบ่งเป็นวินมอเตอร์ไซต์ 52.8% Grab 32.1% Robinhood 11.3% และ Line Man 3.8% โดยมีการซื้อของเซ่นไหว้ เฉลี่ย 4,962 บาท ทำบุญ 990 บาท จ่ายแต๊ะเอีย 1,466 บาท/คน และ สังสรรค์จัดเลี้ยง 2,820 บาท เป็นต้น
สำหรับมูลค่าการใช้จ่ายเงินตรุษจีนปี 2566 เทียบกับปี 2565 ส่วนใหญ่ 41.3% ตอบว่าไม่เปลี่ยนแปลง, 38.4% เพิ่มขึ้นและ 20.3% ลดลง เหตุผลที่ตอบว่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นนั้น ส่วนใหญ่ 46.8% บอกว่าเป็นเพราะราคาสินค้าแพงขึ้น, 25.4% มองว่าภาวะเศรษฐกิจดีขึ้น, 14.5% ได้โบนัสเพิ่มขึ้น, 5.2% ได้รับผลดีจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ เช่น ช้อปดีมีคืน, 4.0% มีรายได้เพิ่มขึ้น, 3.5% ธุรกิจได้กำไรเพิ่มขึ้น และ 0.6% อื่นๆ
ขณะที่ราคาของเซ่นไหว้ตรุษจีนปีนี้ส่วนใหญ่ 36.6% ตอบว่าราคาแพงขึ้นมาก, 32.8% ตอบว่าไม่เปลี่ยนแปลง, 28.4% ตอบว่าแพงขึ้นน้อย และ 1.8% ถูกลงน้อย โดยแหล่งที่มาของเงินที่ใช้จ่าย ส่วนใหญ่ 56.8% ใช้เงินออม, 22.4% ใช้เงินเดือน, 15.0 ใช้โบนัส 5.0% เงินช่วยเหลือจากภาครัฐ และ 0.8% อื่นๆ
ทั้งนี้ เมื่อถามถึงประเด็นอื่น เช่น สถานภาพหนี้ครัวเรือนในปี 2566 ส่วนใหญ่ 39.139% มีหนี้เท่าเดิม, 32.732% ตอบว่าเพิ่มขึ้น 15.4% ลดลง 6.8% ลดลงมาก และ 5.4% เพิ่มขึ้นมากและหากเทียบหนี้กับรายได้พบว่าคนที่มีรายได้ต่ำกว่า 5,000 บาท มีหนี้มากกว่ารายได้

นายธนวรรธน์ พลวิชัย
นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดี ม.หอการค้าไทย และประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์ฯ กล่าวว่า คาดว่าตรุษจีนปีนี้จะคึกคักมากกว่าปีก่อนมีเงินสะพัดตรุษจีน ทั่วประเทศ 45,017 ล้านบาท ขยายตัวเพิ่มขึ้น 13.60% เมื่อเทียบกับตรุษจีนปี 2565 ซึ่งมีเงินสะพัดที่ 39,627.79 ล้านบาท โดยมีมูลค่าเงินสะพัดสูงสุดในรอบ 3 ปีนับจากปี 2564 และมีอัตราการขยายตัวโตสูงสุดในรอบ 15 ปี
“ตรุษจีนปีนี้ประชาชนมีการจับจ่ายมากขึ้น ส่วนหนึ่งเป็นเพราะสินค้ามีราคาแพงขึ้น แต่ผู้ตอบอีกครึ่งหนึ่งตอบในเชิงบวกว่าที่ใช้เงินเพิ่มขึ้น เพราะเศรษฐกิจดีขึ้น มีโบนัสเพิ่มขึ้น ธุรกิจเริ่มมีกำไร เพราะเชื่อว่าเศรษฐกิจไทยฟื้นแล้ว แต่ฟื้นแบบรูปตัว K เนื่องจากคนกลุ่มที่มีรายได้น้อยต่ำกว่าเดือนละ 5000 บาท ยังมีปัญหาหนี้ครัวเรือนสูงกว่ารายได้ ทำให้กำลังซื้อฟื้นตัวเฉพาะคนกลุ่มที่มีรายได้ปานกลางและสูงเท่านั้น โดยประชนชนคาดว่าปีนี้เศรษฐกิจไทยจะเติบโตได้ ที่ 2.5-3%”
นอกจากนี้ ยังมีการสอบถามถึงความกังวลจากการเปิดรับนักท่องเที่ยวจีนพบว่า คนส่วนใหญ่ไม่กังวลว่าจะส่งผลกระทบต่อการจับจ่ายและเศรษฐกิจ เนื่องจากระดับความกังวลปัญหาการแพร่ระบาดโควิดต่ำที่สุดในรอบ 4 ปี