เมื่อวันที่ 6 ก.พ. บริษัท ซิปเม็กซ์ ประเทศไทย (Zipmex Thailand) ผู้ให้บริการซื้อขายคริปโตเคอเรนซีรายใหญ่ ในประเทศไทย ประกาศความคืบหน้าเรื่องทิศทางการฟื้นตัว หลังประสบปัญหาทางธุรกิจซึ่งเป็นผลพวงจากการลงทุนที่ผิดพลาดของบริษัทต้นขั้วในสิงคโปร์ตั้งแต่ปีก่อนของโปรแกรม ZipUp+ โดยทางบริษัทอยู่ระหว่าง การดำเนินแผนจัดการปรับโครงสร้างหนี้คือ เปิดให้เจ้าหนี้และลูกค้าที่มีสินทรัพย์อยู่ในบัญชี Z Wallet ของบริษัท ร่วมโหวตยอมรับแผนจัดการ เพื่อนำไปสู่ขั้นตอนสุดท้ายขอศาลสิงคโปร์อนุมัติแผนการจัดการและดำเนินการ ตามแผนการดำเนินการ กระนั้น การที่แผนจัดการจะผ่านการอนุมัติขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ซึ่งรวมถึงผลโหวตของเจ้าหนี้ที่ผ่านสัดส่วนตามที่กฎหมายกำหนด

จากการสอบถามแหล่งข่าวที่เกี่ยวข้องการลงทุนกับ Zipmex อีกกลุ่มยังมองว่า หากเป็นไปตามแผนจัดการ และได้รับการอนุมัติจากศาลสิงคโปร์แล้ว ทางบริษัทก็จะเปิดให้ลูกค้าเข้าถึงสินทรัพย์ของตนเองได้ 100% โดยลูกค้าทุกคนจะได้รับสิทธิประโยชน์เท่ากันทุกประการ และสามารถเข้าถึงบัญชี Z Wallet เพื่อถอนสินทรัพย์ ได้พร้อมกัน ถือเป็นความคืบหน้าอย่างเป็นรูปธรรมของแผนจัดการ Zipmex พร้อมคาดหวังจะกลับมาให้บริการ อย่างเต็มรูปแบบอีกครั้ง หลังจบกระบวนการต่างๆ เกี่ยวกับการโหวต และการดำเนินการตามแผนจัดการ และการลงทุนเป็นที่เรียบร้อย

ทั้งนี้ ทิศทางแก้ปัญหาของบริษัทยังเป็นไปในเชิงบวก แม้ว่าลูกค้าจะมีความกังวลใจ แต่ก็ยังคงเห็นถึง ความคืบหน้าในการแก้ไขสถานการณ์ รวมทั้งข่าวการเจรจากับนักลงทุนรายใหม่ที่ผ่านมา เมื่อเทียบกับ สถานการณ์ตลาดคริปโตในปัจจุบัน นอกจากนี้ยังคาดการณ์ว่า การฟื้นตัวของวงการคริปโตเคอเรนซี อาจเลื่อนไปเป็นปี 2567 หรืออาจถึงปี 2568 หากเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอยทั่วโลกตามที่กองทุนการเงิน ระหว่างประเทศ (IMF) ประกาศเตือน นั่นหมายถึงว่าจะทำให้ผู้บริโภคมีกำลังซื้อน้อยลง และหลีกเลี่ยง ที่จะซื้อสินทรัพย์หรือทำการลงทุนใดๆ ซึ่งแนวโน้มการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลจะเป็นอย่างไร นักลุงทุนทุกท่าน ต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน