นายสินิตย์ เลิศไกร รมช.พาณิชย์ เปิดเผยถึงสถิติการค้าระหว่างประเทศเดือนม.ค.ปี 2566 ว่า การ ส่งออก มีมูลค่า 20,249.5 ล้านเหรียญสหรัฐ หดตัว 4.5% เทียบกับเดือนเดียวกันปีก่อน การนำเข้า มีมูลค่า 24,899.1 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว 5.5% ส่งผลให้ดุลการค้า ขาดดุล 4,649.6 ล้านเหรียญสหรัฐ

การส่งออกเดือนม.ค. มีอัตราหดตัวทั้ง 3 หมวดสินค้าได้แก่ 1. สินค้าเกษตร มูลค่า 1,814.4 ล้านเหรียญสหรัฐ หดตัว 2.2% อาทิ ยางพารา หดตัว 37.6% ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง หดตัว 7.6%
2. อุตสาหกรรมการเกษตร มูลค่า 1,585.8 ล้านเหรียญสหรัฐ หดตัว 3.3% อาทิ อาหารทะเล แช่เย็น แช่แข็ง หดตัว12% น้ำตาลทราย หดตัว 2.3%

และ 3. อุตสาหกรรม มูลค่า 16,053.4 ล้านเหรียญสหรัฐ หดตัว 5.4% อาทิ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์ และส่วนประกอบ หดตัว 21.2% แผงวงจรไฟฟ้าหดตัว 3.3% อัญมณีและเครื่องประดับ หดตัว 6.4% เคมีภัณฑ์หดตัว 17.6%

โดยตลาดส่งออกสำคัญเติบโตติดลบเกือบทั้งหมด อาทิ สหรัฐ ติดลบ 5.3% จีน ติดลบ 11.4% ญี่ปุ่น 9.2% อาเซียน 3.5% มีเพียงอียูที่ขยายตัวเป็นบวก 2.2%

“การส่งออกเดือนม.ค. ติดลบเพราะถูกกดดันจากหลายปัจจัย เช่น อัตราเงินเฟ้อคู่ค้าสูงทำให้ผู้บริโภคชะลอการซื้อสินค้าใหม่และสินค้าฟุ่มเฟือย ทำให้สินค้าส่งออกคือเครื่องคอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์ และอัญมณีและเครื่องประดับ ขณะที่ภาคการผลิตของโลกหดตัว ทำให้คู่ค้าลดการนำเข้าสินค้าใหม่ ในภาคการผลิต เช่น เคมีภัณฑ์ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และเครื่องจักรกล”

นายชัยชาญ เจริญสุข ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ไม่แปลกใจที่การส่งออก เดือนม.ค. 2566 จะติดลบ และมีแนวโน้มจะติดลบต่อเนื่อง เนื่องจากผู้นำเข้ายังมีปริมาณสินค้าคงคลังสูงโดยเฉพาะสินค้าอุตสาหกรรม เช่น สิ่งทอ อิเล็กทรอนิกส์ ทำให้ชะลอการซื้อ รวมทั้งค่าเงินบาทในช่วงต้นปี 2566 แข็งค่าขึ้นถึง 32 บาท/เหรียญสหรัฐ ไม่สามารถแข่งราคากับคู่แข่งผู้ส่งออก จึงชะลอการขายสินค้า

คาดว่าช่วงไตรมาส 2 ปีนี้การส่งออกจะเริ่มดีขึ้น เพราะกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) คาดว่าเศรษฐกิจจีนกำลังฟื้นตัว ค่าระวางเรือปรับลดลงเท่ากับช่วงโควิด-19 แล้ว สินค้าอาหารโดยเฉพาะข้าวยังเป็นที่ต้องการของตลาด รวมทั้งขณะนี้ค่าเงินบาทได้อ่อนค่ามาอยู่ที่ 35 บาท/เหรียญสหรัฐแล้ว คาดว่าจะช่วยสร้างแต้มต่อด้านส่งออกได้มากขึ้น

รายงานข่าวจากกระทรวงพาณิชย์ แจ้งว่า ตัวเลขขาดดุล 4,649.6 ล้านเหรียญสหรัฐ ในเดือนม.ค. 2566 ทำสถิติสูงสุดในรอบ 10 ปี เนื่องจากสินค้านำเข้าสำคัญมีราคาแพงขึ้น โดยเฉพาะน้ำมันดิบ ในเดือนม.ค. 2566 ราคาปรับเพิ่มขึ้นเป็น 80.4 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล เมื่อเทียบกับเดือนธ.ค. 2565 ซึ่งอยู่ที่ 77 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ขณะที่สินค้าทุน วัตถุดิบที่นำเข้าก็มีราคาเพิ่มขึ้นเช่นกัน

ทั้งนี้ คาดว่าการส่งออกช่วงครึ่งปีแรกจะยังขยายตัวติดลบ และจะกลับมาขยายเป็นบวกได้ตั้งแต่ไตรมาส 3 หากต้องการให้การส่งออกปีนี้ขยายตัวได้ตามเป้าหมายที่ 1-2% หรือคิดเป็นมูลค่า 289,938-292,809 ล้านเหรียญสหรัฐ จะต้องผลักดันการส่งออกให้ได้เฉลี่ยเดือนละ 24,517-24,778 ล้านเหรียญสหรัฐ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน