พาณิชย์ ขอความร่วมมือ ผู้ประกอบการ ตรึงราคาสินค้า หลังเงินบาทแข็ง-น้ำมันลงต่อเนื่อง ช่วยบรรเทาค่าครองชีพประชาชน กระตุ้นการใช้จ่าย

วันที่ 18 เม.ย. 2566 ร.ต.จักรา ยอดมณี รองอธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยหลังจากลงพื้นที่สำรวจสถานการณ์การค้า ณ ห้างแม็คโคร สาขานครอินทร์ จ.นนทบุรี ว่า ตั้งแต่วันที่ 17 เม.ย. 2566 เป็นต้นมา ประชาชนกลับมาจับจ่ายใช้สอยกันมากตามปกติ หลังจากเดินทางกลับมาจากต่างจังหวัด โดยราคาสินค้ายังคงทรงตัว เช่น หมูเนื้อแดง ราคา 127-129 บาท น่องไก่ติดสะโพก กก.ละ 69 บาท และไข่ไก่เบอร์ 3 ราคาฟองละ 3.7 บาท

ส่วนกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคอื่นๆ เช่น ข้าวสารบรรจุถุง น้ำมันพืช ซอสปรุงรส อาหารกระป๋อง นม นมข้นหวาน/นมข้นจืด สบู่ แชมพู ครีมอาบน้ำ ผงซักฟอก น้ำยาซักผ้า ผ้าอ้อมสำเร็จรูปสำหรับเด็กและผู้ใหญ่ ไม่มีการปรับขึ้นราคา

นอกจากนี้ ห้างได้จัดโปรโมชั่นลดราคาสินค้าอย่างต่อเนื่อง เช่นเดียวกับกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้า โดยเฉพาะพัดลมและเครื่องฟอกอากาศ ซึ่งเป็นสินค้าขายดีในช่วงนี้

ร.ต.จักรา กล่าวต่อว่า แม้จะมีปัจจัยภายในและปัจจัยภายนอกประเทศบางประการที่มีผลต่อต้นทุนสินค้า เช่น ต้นทุนวัตถุดิบที่เปลี่ยนแปลงไปตามสถานการณ์ในแต่ละช่วงเวลา แต่ละประเภทสินค้า ค่าจ้างแรงงาน และต้นทุนด้านพลังงาน เช่น ค่าไฟฟ้า ค่าน้ำมัน แต่ยังมีปัจจัยที่ช่วยบรรเทาภาระต้นทุนของผู้ประกอบการได้ส่วนหนึ่ง เช่น ค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงกลางปี 2565 และราคาน้ำมันดีเซล ที่ปรับลดลงจากช่วงเดือน ก.ค. 65 ที่ราคา 35 บาท/ลิตร เป็น 33 บาท/ลิตร ในขณะนี้

“ดังนั้น เพื่อช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพให้แก่ประชาชนและช่วยกระตุ้นให้เกิดการจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น กรมฯ ได้ขอความร่วมมือผู้ผลิตและผู้จำหน่ายสินค้าจำเป็นต่างๆ ในการตรึงราคาสินค้าออกไปก่อน โดยจะมีติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดต่อไป”

ร.ต.จักรา กล่าวอีกว่า การจำหน่ายสินค้าในราคาแพงเกินสมควร มีโทษสูงสุดจำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และการไม่ปิดป้ายแสดงราคาสินค้าหรือแสดงราคาไม่ตรงกับราคาที่จำหน่าย มีโทษปรับไม่เกิน 10,000 บาท หากพบการจำหน่ายสินค้าหรือบริการที่ไม่เป็นธรรม สามารถแจ้งได้ที่สายด่วน 1569 หรือช่องทางแอพพลิเคชั่นไลน์ @MR.DIT หรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัดทุกจังหวัด

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน