นายอิทธิพัทธ์ พีระเดชาพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ บริษัท เถ้าแก่น้อย ฟู๊ด แอนด์มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทยังคงเดินหน้าที่จะทำให้เถ้าแก่น้อยสู่การเป็นแบรนด์ระดับโลก (โกลบอลแบรนด์) ที่จะเข้าไปทำตลาด 100 ประเทศทั่วโลก จากปัจจุบันอยู่ที่ 50 ประเทศ โดยบริษัทจะหาตลาดใหม่ที่มีศักยภาพอย่างต่อเนื่อง เพื่อผลักดันยอดขายให้ได้ตามเป้าหมาย 10,000 ล้านบาทภายในปี 2567
“ขณะนี้เถ้าแก่น้อย ถือเป็นแบรนด์ระดับเอเชียแล้ว และกำลังไปสู่แผนการเป็นโกลบอลแบรนด์ ซึ่งในช่วงปลายปี 2560 บริษัทได้ซื้อโรงงานในสหรัฐ ที่ลอสแอนเจลิส ด้วยเม็ดเงิน 2 ล้านเหรียญสหรัฐ มีกำลังการผลิตคิดเป็นมูลค่า 10 ล้านเหรียญสหรัฐ แต่สามารถเพิ่มกำลังการผลิตได้อีกเท่าตัว ตอนนี้กำลังอยู่ระหว่างการวางแผนเพื่อลงทุนด้านเครื่องจักร ทีมงาน และระบบขนส่ง เน้นทำตลาดภายในประเทศสหรัฐเป็นหลัก และจะเริ่มผลิตและวางจำหน่ายในอีก 3 เดือนที่รัฐแคลิฟอร์เนีย เพราะส่วนมากเป็นตลาดผู้บริโภคชาวเอเชีย และมีการขายที่นั่นอยู่แล้ว คาดว่าอีก 18 เดือนยอดขายจะอยู่ที่ 10 ล้านเหรียญต่อปี”

ตลาดขนมขบเคี้ยว (สแน็ก) ในสหรัฐ มีขนาดใหญ่มูลค่า 40,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งตลาดสาหร่ายมีอยู่ประมาณ 200 ล้านเหรียญสหรัฐ แม้ว่าตลาดยังเล็กอยู่ แต่มีการเติบโตถึง 30-40% ปัจจุบันมีสินค้าหลักในตลาดแล้ว 2 แบรนด์ และมีเฮาส์แบรนด์ที่ใช้ต่างประเทศผลิต คาดว่ายอดขายจากตลาดสหรัฐ จะอยู่ที่ 10% จากยอดการส่งออกปัจจุบันกว่า 3,000 ล้านบาท
สำหรับการดำเนินธุรกิจในไทย ล่าสุดได้ดึงศิลปินดัง นิชคุณ หรเวชกุล เป็นพรีเซนเตอร์สาหร่ายทอด เถ้าแก่น้อย ซึ่งถือว่าเป็นศิลปินที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง และเป็นที่ชื่นชอบของกลุ่มวัยรุ่น พร้อมกันนี้มีแผนออกผลิตภัณฑ์ใหม่ และบริษัทยังเตรียมพัฒนารูปแบบร้านค้าเถ้าแก่น้อยแลนด์ในลักษณะคล้ายกับดองกิโฮเต้ หรือร้านค้าปลีกในรูปแบบร้านสะดวกซื้อ (ดิสเคาน์สโตร์) ซึ่งจะไม่ได้จำหน่ายแค่เพียงอาหารอย่างเดียว แต่ยังครอบคลุมไปถึงเครื่องสำอาง และสินค้าที่ไม่ใช่อาหารต่างๆ คาดว่าน่าจะเริ่มช่วงไตรมาส 4 ของปีนี้ ภายใต้งบลงทุน 5-10 ล้านบาทต่อสาขา