นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการหอการค้าไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยถึงนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ ด้วยการแจกเงินดิจิทัลคนละ 10,000 บาท ของรัฐบาลใหม่ ว่า นโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาลใหม่ สอดคล้องและตรงกับข้อเรียกร้องของภาคเอกชนใน 3 เรื่องหลัก คือ 1. การกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการส่งเสริมภาคท่องเที่ยว ด้วยการเร่งปลดล็อกกฏระเบียบการขอวีซ่าให้นักท่องเที่ยวจีน หากแก้ไขได้ทันเดือนต.ค. นี้ ซึ่งเป็นฤดูกาลท่องเที่ยวจะสามารถสร้างรายได้และกระจายไปสู่ทุกภาคส่วนในธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องทันที
2. การลดค่าครองชีพ เพื่อแก้ปัญหาปากท้องให้กับประชาชน ซึ่งรัฐบาลประกาศเดินหน้าทันที เช่น ลดค่าน้ำมัน และลดค่าไฟฟ้า ที่เอกชนเรียกร้องมานานแล้ว ขอเสนอให้รัฐบาลตั้งคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนด้านพลังงาน เพื่อร่วมกันทำงานระหว่างกันใกล้ชิดต่อไป และ 3. เร่งดึงดูดนักลงต่างชาติ โดยการแก้กฏระเบียบ กฎหมาย ที่ล้าสมัย ใช้เทคโนโลยีดิจิทัล ให้เกิดระบบการติดต่อในรูปแบบออนไลน์ ซึ่งนโยบายเร่งด่วนนี้ หากทำได้ทันทีเศรษฐกิจไทยใน ปีนี้จะโตได้ 3%
นายสนั่น กล่าวว่า ปีหน้า 2567 หากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยเฉพาะเงินดิจิทัล 10,000 บาท ทำได้จริง ภายในเดือนเม.ย. 2567 ตามที่ประกาศไว้ จะทำให้เกิดแรงกระแทกและพลิกโฉมเศรษฐกิจได้มาก จากเม็ดเงินที่ใช้กว่า 5 แสนล้านบาท และเกิดการหมุนเวียนทั้งระบบ ได้ถึง 1.2-1.5 ล้านล้านบาท ช่วยผลักดันให้เศรษฐกิจไทยในปีหน้า โตได้ถึง 5% ท่ามกลางเศรษฐกิจโลกที่ชะลอต้ว
ยอมรับว่า มีความกังวลเกี่ยวกับการใช้เทคโนโลยีบล็อกเชน ที่ยังใหม่สำหรับประเทศไทย และที่สำคัญคือ แหล่งจัดหางบประมาณ แต่หากสามารถดำเนินการได้สำเร็จ ก็จะช่วยขับเคลื่อนทุกภาคส่วน ให้เข้าสู่เทคโนโลยีบล็อกเชน และสามารถจัดเก็บข้อมูลดาต้าได้ดีขึ้น ต่อยอดจากรัฐบาล ที่แล้ว ซึ่งนำเทคโนโลยี เป๋าตัง มาใช้เข้าถึงประชาชน และเป็นการจัดเก็บฐานข้อมูล ให้สามารถช่วยเหลือประชาชนได้ถูกจุด
ส่วนภาคการส่งออก ต้องยอมรับว่าปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ กระทบให้เศรษฐกิจชะลอตัวลง แต่เป็นโอกาสของไทย เพราะเราวางตัวเป็นกลาง ที่สำคัญ ความมีเสถียรภาพทางการเมือง จะสร้างความเชื่อมั่นต่อการค้าการลงทุนให้กับไทย มั่นใจว่าการส่งออกในปีนี้ไม่ถูกกระทบหนัก ไตรมาสที่ 4 จะพลิกกลับมาเป็นบวกได้ คาดว่าปีนี้ น่าจะติดลบไม่เกิน 2% หรือมีโอกาสที่จะทรงตัว ที่ 0% หรือไม่ติดลบ และในปีหน้า หลังมีรัฐบาล ออกไปเจรจาเชิงรุก กับตลาดใหม่ๆ เชื่อว่าการส่งออก มีโอกาสเป็นบวกเกิน 3% มีส่วนช่วยจีดีพีในประเทศให้ขยายตัว และส่งผลดีต่อเนื่องถึงการการใช้จ่าย รวมทั้งมีโอกาสให้ปรับค่าแรงขั้นต่ำ เกิดเม็ดเงินหมุนเวียนในเศรษฐกิจภาพรวมได้ดีขึ้น