ภูมิธรรม ประกาศแผน quick win 100 วัน ผลักดันส่งออกปี 67 เตรียมอัดแคมเปญกว่า 417 กิจกรรมดันส่งออก คาดสร้างรายได้กว่า 65,700 ล้านบาท ชง ‘เศรษฐา’ ตั้งทีมขับเคลื่อนค้าชายแดน 2 ล้านล.

เมื่อวันที่ 16 พ.ย.66 นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ พร้อมผู้บริหารกระทรวงพาณิชย์ ประชุมร่วมภาคเอกชน เพื่อจัดทำแผนเร่งผลักดันการส่งออกและเพิ่มการค้าชายแดน โดยประกาศแผน quick win 100 วัน และแผนงานกระทรวงพาณิชย์ปี 2567 ซึ่งในแผนผลักดันส่งออก ปี 2567 เตรียมอัดแคมเปญกว่า 417 กิจกรรมดันส่งออก คาดสร้างรายได้กว่า 65,700 ล้านบาท จากปี 2566 จัดกิจกรรมแล้ว 73 กิจกรรม และสร้างมูลค่า 11,424.75 ล้านบาท

นายภูมิธรรม กล่าวในการประชุมว่า สำหรับแผนเร่งรัดการส่งออก ประกอบด้วย 5 ด้านหลัก คือ 1.เปิดประตูโอกาสทางการค้าสู่ตลาดใหม่ศักยภาพ ควบคู่ การรักษาตลาดเดิม เร่งผลักดันการเจรจาเปิดเสรี(FTA) ขยายการค้าไปยังเมืองรอง แผน 100 วัน จะสร้างมูลค่าการสั่งซื้อกว่า 490 ล้านบาท โดยกิจกรรมเจาะตลาด อาทิ จีน (กว่างซีจ้วง/เจ้อเจียง/ซานซี/เฮยหลงเจียง/ฝูเจี้ยน) ซาอุดีอาราเบีย มัลดีฟส์ อาเซียน ยุโรป ยูเค รัสเซีย แอฟริกา เป็นต้น

2.สั่งทูตพาณิชย์ ทำงานเชิงรุก เชื่อมโยงสินค้าท้องถิ่นสู่ตลาดโลก โดยทูตพาณิชย์ต้องเร่งหาช่องทางการค้าใหม่ๆ ยึดหลักบูรณาการทำงานเชิงรุกร่วมกันระหว่างทูตพาณิชย์ พาณิชย์จังหวัด และทีมไทยแลนด์ อาทิ กระทรวงการต่างประเทศ บีโอไอ ซึ่งจะมีการประชุมวันที่ 23 พฤศจิกายนนี้ โดยนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี จะมอบนโยบายการทำงานให้กับทูตทั่วโลก

3.ส่งเสริมซอฟต์เพาเวอร์ เป้าหมายรุกสู่เวทีโลก ด้วยการเพิ่มมูลค่าสินค้า บริการไทยด้วยแบรนด์ นวัตกรรม และการออกแบบ และส่งเสริมสู่ตลาดโลก เป้าหมาย อาทิ อาหาร ดิจิทัล คอนเทนต์ มวลไทย ท่องเที่ยว หนังสือ และเกม ซึ่งล่าสุด ได้ลงนามความร่วมมือ 3 ฝ่าย ระหว่าง กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เพื่อการส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์พาวเวอร์ เชื่อมโยงการค้าและการท่องเที่ยว โดยใน 1 ปี จะเปิดตัว SOFT POWER Global Brand จำนวน 9 กิจกรรมส่วนของ re-branding Thai select , เครื่องหมาย Thailand Trust mark, Demark อีก 19 กิจกรรม การส่งเสริมดิจิทัลคอนเทนต์ อีก 76 กิจกรรม กลุ่มสินค้าอาหาร รวมถึงหนังสือ 2 กิจกรรม

“ที่สำคัญอีกเรื่อง คือ 4.ปรับปรุงการทำงานของภาครัฐให้เป็นรัฐบาลดิจิทัล ปรับปรุงกฎหมายที่เป็นอุปสรรค ปรับบทบาทเป็นรัฐสนับสนุน โดยแผน quick win 100 วันที่ได้ดำเนินการไปแล้ว อาทิ การปรับปรุง พ.ร.บ. สภาผู้ส่งสินค้าทางเรือ พ.ศ.2537 การปรับปรุงเว็ปไซต์กรมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการ การหารือกับภาคเอกชนร่วม ยกร่างแผนเร่งรัดการส่งออกและการค้าชายแดน quick win 100 วัน และ 1 ปี ซึ่งในแผน 1 ปี จะเดินหน้าทำงานร่วมกันทั้งภาครัฐและเอกชน ในการแก้ไขปัญหา/อุปสรรคทางการค้า โดยต่อยอดคณะทำงานร่วมกระทรวงพาณิชย์” นายภูมิธรรม กล่าวและว่า 5.ส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจใหม่ อาทิ การพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัล การค้าพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ การส่งเสริมอุตสาหกรรมสีเขียว ซึ่งเตรียมแผนงานรองรับไว้กว่า 300 กิจกรรมทั้งปี 2567 ส่วนในปี 2567 จากการประเมินร่วมกับทูตพาณิชย์ และภาคเอกชน คาดการณ์ว่าการส่งออกจะขยายตัวได้ 1.99% สอดคล้องกับที่เอกชนประเมินในกรอบ 0-2% หรือมีมูลค่า 287,754 ล้านดอลลาร์สหรัฐ” นายภูมิธรรมกล่าว

นายภูมิธรรม กล่าวว่า สำหรับแผนเร่งรัดการค้าชายแดนและผ่านแดน ปี 2567 – 2570 เป้าเพิ่มมูลค่าการค้าชายแดนและการค้าผ่านแดน เป็น 2 ล้านล้านบาทต่อปี ในปี 2570 ประกอบด้วย 4 ยุทธศาสตร์ย่อย ได้แก่ 1. พัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของไทย มุ่งเพิ่มมูลค่าการค้า 2. ยกระดับศักยภาพและการอำนวยความสะดวกของด่านชายแดน 3. ส่งเสริมและใช้ประโยชน์จากกรอบความตกลงและกรอบความร่วมมือต่าง ๆ และ 4.ส่งเสริมการลงทุนในพื้นที่ชายแดนและประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งจะมีคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนแต่ละยุทธศาสตร์ย่อย ซึ่งขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ผ่านคณะกรรมการส่งเสริมการค้าและการลงทุนชายแดนและผ่านแดน ที่มีตัวแทนทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ซึ่งกระทรวงพาณิชย์เห็นชอบร่างคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการแล้วและอยู่ระหว่างเสนอนายกรัฐมนตรี พิจารณาเห็นชอบลงนามในร่างคำสั่งแต่งตั้ง หลังจากนั้นคณะกรรมการจะประชุมกำหนดยุทธศาสตร์และแต่งตั้งคณะอนุกรรมการยุทธศาสตร์ย่อย 4 คณะ เพื่อดำเนินการภายใต้ยุทธศาสตร์ต่อไป ทั้งนี้ แนวทางการตามแผนเร่งรัดการค้าชายแดน Quick Win ปี 2566 อาทิ จัดตั้งศูนย์บริการการค้าชายแดนเบ็ดเสร็จจุดเดียว (One Stop Service: OSS) ใน 7 จังหวัด ได้แก่ เชียงราย ตาก ตราด สงขลา หนองคาย นครพนม และมุกดาหาร จัดงานมหกรรมการค้าชายแดน จัดตั้งศูนย์ OSS ในจังหวัดชายแดนอื่นๆ อาทิ สระแก้ว และจันทบุรี ผลักดันความร่วมมือและการเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจในกรอบอนุภูมิภาค เป็นต้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมระบุถึงเป้าหมายส่งออกปี 2567 ในส่วนกระทรวงพาณิชย์ประเมินไว้ บวก 1.99% สอดคล้องกับภาคเอกชนประเมินไว้ 0-2% จากปี 2566 คาดว่าจะลบไม่เกิน 1% จากเดิมตั้งไว้บวก 1% และมีโอกาสไตรมาสสุดท้ายจะมีมูลค่าเฉลี่ย 25,743 ล้านเหรียญสหรัฐ /เดือน

นายภูสิต รัตนกุล เสรีเริงฤทธิ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กล่าวถึงการลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือในการเชื่อมโยงการค้ากับการท่องเที่ยว ระหว่างกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และบริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) ว่า ความร่วมมือ 3 ฝ่าย ร่วมขับเคลื่อนอุตสาหกรรมซอฟต์เพาเวอร์ของไทย และขยายช่องทางการค้าและส่งเสริมการท่องเที่ยวร่วมกัน ประกอบด้วย 4 ด้านหลัก ได้แก่ สื่อสารภาพลักษณ์ประเทศไทย ส่งเสริมการตลาด ประชาสัมพันธ์ และส่งเสริมองค์ความรู้ให้กับผู้ประกอบการไทย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน