นายจิตติ ตั้งสิทธิ์ภักดี นายกสมาคมค้าทองคำ เปิดเผยว่า ภาพรวมราคาทองคำยังอยู่ในภาวะผันผวน โดยในวันนี้ (4 ธ.ค.) มีการปรับขึ้นลงหลายครั้ง และราคาทองคำที่ปรับขึ้นไปสูงสุดได้ทำนิวไฮใหม่ ทั้งในไทยและตลาดต่างประเทศ
“ราคาทองคำที่ผันผวน เป็นเพราะนักลงทุนต่างประเทศหันมาซื้อกันเยอะ เพื่อเก็งกำไร ด้วยความไม่มั่นใจในเศรษฐกิจสหรัฐ ซึ่งตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐที่ออกมาไม่ค่อยดีนัก ส่งผลให้นักลงทุนยังมองทองคำน่าสนใจในการลงทุน”
สำหรับแนวโน้มราคาทองคำในระยะต่อไปมีโอกาสที่จะปรับตัวสูงขึ้นอีก หากการประชุมเฟดในวันที่ 13-14 ธ.ค.นี้ มีการพิจารณาให้คงอัตราดอกเบี้ย ทำให้มีโอกาสที่ราคาจะปรับขึ้นสูงขึ้นอีกครั้ง ส่วนราคาทองคำในประเทศ ยังต้องติดตามในช่วงนี้ เพราะมีความผันผวนอยู่ จากค่าเงินบาทค่อนข้างผันผวนจึงทำให้ราคาทองคำผันผวนตามไปด้วย
นางพวรรณ์ นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด กล่าวว่า ล่าสุดราคาทองคำได้ไต่ขึ้นสู่ระดับสูงสุดตลอดกาลที่ 2,144 ดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์ หลังจากที่สามารถยืนเหนือ 2,070 ดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์ได้ ซึ่งมาจากปัจจัยคลายความกังวลต่อนโยบายดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่ผ่านจุดสูงสุดวงจรการขึ้นอัตราดอกเบี้ยแล้ว หลังจากการประชุมเมื่อปลายเดือนพ.ย. เฟดมีมติเอกฉันท์คงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นที่ระดับ 5.25-5.50% ตามที่ตลาดคาดการณ์ และเป็นการคงอัตราดอกเบี้ยติดต่อกันเป็นครั้งที่ 2 หลังจากที่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 11 ครั้ง นับตั้งแต่ที่เริ่มเข้าสู่นโยบายการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนมี.ค. 2565 ด้วยเหตุนี้ทองคำจึงปรับตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว
นอกจากนี้ ทิศทางราคาทองคำยังมีแนวโน้มที่จะปรับตัวเพิ่มขึ้น เนื่องจากงตลาดคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในช่วงต้นเดือนมี.ค. ทั้งนี้ จากข้อมูลของ CME FedWatch Tool รายงานว่าล่าสุดพบการสำรวจของตลาดให้น้ำหนักมากกว่า 50% ไปในทิศทางว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยเร็วขึ้นกว่าคาดการณ์ช่วงก่อนหน้า เป็นช่วงไตรมาสแรกของปี 2567 และในช่วงนั้นราคาทองคำจะปรับตัวขึ้นอย่างโดดเด่นอีกครั้ง
อย่างไรก็ดี สำหรับนักลงทุนที่ต้องการลงทุนในทองคำช่วงนี้ วายแอลจีแนะนำ ไม่ควรไล่ราคาให้รอจังหวะซื้อที่ 2,070-2,050 ดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์ โดยมีแนวต้านอยู่ที่ 2,120-2,144 ดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์ ซึ่งเป็นแนวสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ต้องรอการทดสอบอีกครั้ง
ส่วนราคาทองคำในประเทศ 96.5 แนะนำเข้าซื้อที่โซนแนวรับ 34,200-33,850 บาทต่อบาททองคำ สำหรับแนวต้านมองที่โซน 35,000-35,400 บาทต่อบาททองคำ (คำนวณด้วยค่าเงินบาท 34.85 บาทต่อดอลลาร์ ณ วันที่ 4 ธ.ค. 2566 เวลา 10.00 น.)