นายแพทย์ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ ประธานคณะผู้บริหารและกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) หรือบีดีเอ็มเอส และประธานกรรมการ บริษัท สหแพทย์เภสัช จำกัด เปิดเผยว่า แผนการขยายธุรกิจโรงพยาบาลยังเดินหน้าตามเป้าหมายที่วางไว้ 50 แห่งภายในปี 2560 จากปัจจุบันมีอยู่ 45 แห่ง เพื่อคงความเป็นอันดับที่ 2 ของภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ในขณะที่ธุรกิจศูนย์สุขภาพแบบครบวงจร กำลังเตรียมดำเนินการให้เป็นศูนย์สุขภาพครบวงจรในชื่อ บีดีเอ็มเอส เวลเนส คลินิก (BDMS Wellness Clinic) หลังจากได้ทุ่มเงินไป 10,800 ล้านบาท ซื้อที่ดินบริเวณโครงการปาร์คนายเลิศ จำนวน 15 ไร่ สำหรับรองรับความต้องการในด้านเวชศาสตร์ชะลอวัยและการฟื้นฟูสุขภาพที่มีความต้องการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

“ล่าสุดได้เปิดโรงงานยาแห่งใหม่ เพื่อมาเป็นส่วนหนึ่งที่จะเติมเต็มธุรกิจโรงพยาบาล และศูนย์สุขภาพในเครือบีดีเอ็มเอส ให้เดินหน้าไปสู่ท็อป 5 ของภูมิภาคเอเชียได้ ทั้งในแง่รายได้ จำนวนเตียง และผลกำไร ซึ่งขณะนี้โรงงานยาอยู่ในช่วงเริ่มต้นเท่านั้นยังไม่ได้เห็นอะไรที่ชัดเจน แต่จะทำให้โรงพยาบาลมีต้นทุนที่ดีขึ้นในอนาคต โดยยังคงเป้าหมายมีรายได้รวม 1 แสนล้านบาทในปี 2561 รายได้หลักมาจากธุรกิจโรงพยาบาล”นายแพทย์ปราเสริฐ กล่าว

ด้านนายวิษณุ อัศเวศน์ รองประธานคณะผู้บริหารกลุ่มธุรกิจสนับสนุนโรงพยาบาลในเครือบีดีเอ็มเอส และกรรมการผู้จัดการ บริษัท สหแพทย์เภสัช จำกัด กล่าวว่า ได้ใช้งบลงทุนสร้างโรงงานผลิตยาไปประมาณ 920 ล้านบาท ตั้งบนเนื้อที่ 15 ไร่ ในนิคมอุตสาหกรรมสินสาคร จ.สมุทรสาคร เป็นโรงงานผลิตยาแห่งใหม่ จากโรงงานเดิมอยู่ที่ถนนพระราม 2 เพื่อขยายกำลังการผลิตยาเพิ่มเป็น 4 เท่า โดยยาเม็ดมีกำลังผลิต 6,700 ล้านเม็ดต่อปี ยาแคปซูล 1,000 ล้านแคปซูลต่อปี ยาน้ำ 2.8 ล้านลิตรต่อปี ยาผง 175 ตันต่อปี ยากึ่งแข็ง (ขี้ผึ้ง ครีม เจล) 140 ตันต่อปี สำหรับรองรับตลาดในประเทศที่เป็นโรงพยาบาลในเครือบีดีเอ็มเอส รวมทั้งลูกค้าหลักจะเป็นโรงพยาบาลของรัฐ โรงพยาบาลเอกชน และร้านขายยา

พร้อมกันนี้เพื่อขยายตลาดส่งออกไปต่างประเทศ ทั้งในภูมิภาคอาเซียน และมีแผนจะขยายไปตลาดในภูมิภาคยุโรปในอีก 2-3 ปีข้างหน้า จากปัจจุบันส่งออกในอาเซียนอยู่แล้วมีสัดส่วน 10% แต่ในอีก 2-3 ปีข้างหน้าจะเพิ่มสัดส่วนส่งออกเป็น 20% ในขณะที่รายได้จากโรงงานใหม่ตั้งเป้าหมายจะเติบโตไม่ต่ำกว่าปีละ 30% ซึ่งเริ่มจากปี 2560 รายได้จะเพิ่มเป็น 1,050 ล้านบาท ส่วนปีนี้รายได้อยู่ที่ 800 ล้านบาท ขณะเดียวกันโรงงานผลิตยาเดิมที่ตั้งอยู่พระรามสอง จะปรับให้เป็นโรงงานผลิตอาหารเสริมและเครื่องสำอาง ในรูปแบบรับจ้างผลิต คาดว่าจะใช้งบปรับปรุงเพิ่มไม่เกิน 10 ล้านบาท และน่าจะเริ่มผลิตและทำรายได้ในช่วงไตรมาสที่ 3 ของปีหน้าที่คาดว่าจะสร้างรายได้ 20-30 ล้านบาทในช่วง 3 เดือนแรก และสร้างรายได้เป็นเท่าตัวในปี 2561

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน