คมนาคม ยังไม่รู้สาเหตุ ล้อรถไฟฟ้าสีเหลืองหลุด เผยเป็นขบวนใหม่ พร้อมถกแบล็กลิสต์ตัดแต้มบริษัทเอกชน ตัดสิทธิ์ประมูลครั้งต่อไป

วันที่ 3 ม.ค. 2567 ที่กระทรวงคมนาคม นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และนายสุรพงษ์ ปิยะโชติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เรียก บริษัท อีสเทิร์น บางกอกโมโนเรล จำกัด (อีบีเอ็ม) เข้าพบ กรณีเหตุล้อประคองหลุดร่วงจากขบวนรถไฟฟ้าสายสีเหลือง โดยมีการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) และกรมการขนส่งทางราง (ขร.) เข้าร่วมประชุม

นายสุริยะ เปิดเผยว่า กระทรวงคมนาคมมีความห่วงใยถึงความปลอดภัยของประชาชน และเตรียมสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้โดยสารที่มาใช้บริการ ตลอดจนประชาชนที่เดินทางใต้ทางรถไฟฟ้า ประเด็นสำคัญคือการตรวจสอบสาเหตุต้องไม่จบเพียงเท่านี้ ต้องมีการหาสาเหตุเชิงลึกอย่างต่อเนื่อง อาทิ เรื่องอุณหภูมิของประเทศไทยว่ามีผลต่อล้อหรือไม่ เป็นต้น

นายสุริยะ กล่าวอีกว่า หากตรวจสอบพบว่าเป็นความบกพร่องของเอกชน ในเรื่องของการบำรุงรักษาไม่ดี หรือมีความรับผิดชอบไม่เต็มที่ ทางกระทรวงคมนาคมอยู่ระหว่างหารือกับกระทรวงการคลัง เพื่อจัดทำสมุดพกสำหรับตัดคะแนนบริษัทเอกชน หรือพิจารณาขึ้นบัญชีแบล็กลิสต์ ห้ามไม่ให้บริษัทที่ถูกตัดคะแนนร่วมประมูลโครงการของรัฐบาลที่มีในอนาคต เพื่อสร้างมาตรฐานให้กับผู้ประกอบการ คาดว่าจะใช้เวลาในการพิจารณาหลักเกณฑ์ภายใน 2 เดือน

“เชื่อว่าการจัดทำสมุดพก หรือการตัดคะแนนดังกล่าว จะทำให้ผู้ประกอบการทุกรายอยากที่จะรักษาธุรกิจของตัวเองไว้ เพราะบริษัทที่เข้ามารับงานส่วนใหญ่เป็นบริษัทขนาดกลางและขนาดใหญ่ หากถูกแบล็กลิสต์จะกระทบต่อธุรกิจโดยตรง อาจล้มละลายได้เลย หากมีกฎเกณฑ์ออกมาชัดเจน เอกชนก็จะมีความรอบคอบ และความใส่ใจมากขึ้น” นายสุริยะ กล่าวด้านนายสุรพงษ์ ปิยะโชติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า ภายหลังการลงพื้นที่เมื่อคืนบริเวณที่จุดเกิดเหตุ พบว่าจากการตรวจสอบหาสาเหตุ เกิดจากข้อผิดพลาดจากบริษัท อัลสตอม (Alstom) ผู้ผลิตรถไฟฟ้าโมโนเรล ส่งผลให้เบ้าลูกปืน (Bearing) ของล้อประคอง (Guide Wheel) เสียหาย ทำให้ล้อประคองหลุดร่วงลงมาจากการใช้งาน ขณะนี้บริษัทอยู่ระหว่างตรวจสอบชุดล้อประคองที่หลุดออกมา เพื่อหาสาเหตุโดยละเอียดต่อไป

นายสุรพงษ์ กล่าวต่อว่า ขบวนรถไฟฟ้าสายสีเหลืองที่ประสบเหตุเป็นขบวนใหม่ ที่มีการใช้งานเดินรถไปเพียง 62,000 กิโลเมตร (กม.) คิดเป็น 20% จากปกติที่สามารถใช้งานเดินรถได้ 320,000 กม. จากการตรวจสอบประวัติการซ่อมบำรุง (Maintenance Log) พบว่ามีการซ่อมบำรุงตามรอบวาระโดยสม่ำเสมอ แบ่งเป็น วาระประจำวัน วาระประจำสัปดาห์ และวาระตรวจละเอียดทุก 15 วัน

นายสุรพงษ์ กล่าวอีกว่า ที่ประชุมได้สั่งการให้ดำเนินการตามแผนปฏิบัติการเพื่อยกระดับความปลอดภัย แบ่งออกเป็น 2 ระยะ ดังนี้ ระยะเร่งด่วน ประกอบด้วย 1.งดใช้ขบวนรถไฟฟ้าสายสีเหลืองที่ใช้ชุดแคร่ล้อ (Bogie) ในล็อตเดียวกับขบวนที่เกิดเหตุ 2.ตรวจสอบหาสาเหตุที่แท้จริงร่วมกับผู้ผลิต เพื่อดำเนินการแก้ไขและป้องกันให้ถูกจุดต่อไป

3.เพิ่มความเข้มข้นในการตรวจสอบเบ้าลูกปืนของล้อต่างๆ เพิ่มเติมจากการตรวจตามวาระปกติ ก่อนนำขบวนรถไฟฟ้าขึ้นมาให้บริการประชาชน ซึ่งจะดำเนินการแล้วเสร็จวันที่ 8 ม.ค. 2567 โดยคาดว่าจะพิจารณาเปลี่ยนชุดล้อช่วงล่างจากโรงงานใหม่ที่มี track record ให้หมดภายใน 6 เดือนหรือภายในเดือน มิ.ย. 2567

ส่วนแผนระยะยาว จะเร่งรัดการออกพระราชบัญญัติการขนส่งทางราง พ.ศ. …. เพื่อใช้ในการกำกับดูแลด้านความปลอดภัยให้มีประสิทธิภาพ และสามารถกำหนดบทลงโทษ และการชดเชยแก่ผู้โดยสารและผู้ได้รับผลกระทบ ภายในเดือนธันาวาคม 2567

นายสุรพงษ์ กล่าวต่อว่า เบื้องต้นได้นำขบวนรถที่ได้รับการตรวจสอบว่ามีความมั่นคงปลอดภัยมาให้บริการจำนวน 6 ขบวน โดยปกติวิ่ง 21 ขบวนจากทั้งหมด 30 ขบวน ซึ่งมีการปรับรูปแบบการให้บริการโดยมีความถี่ทุก 30 นาที จนถึงวันที่ 6 ม.ค. 2567 ที่จะมีการตรวจสอบจนครบและทยอยปรับความถี่ในการให้บริการจนเป็นปกติ (ทุก 5-10 นาที) ภายในวันที่ 8 ม.ค. 2567

ทั้งนี้ จะให้บริการรถไฟฟ้าสายสีเหลืองฟรีโดยไม่คิดค่าโดยสาร ตั้งแต่วันที่ 3-5 ม.ค. 2567 และหากเกิดข้อผิดพลาดในการเก็บค่าโดยสารไปแล้ว สามารถเรียกขอเงินคืนได้ทันที

นายสุรพงษ์ กล่าวว่า จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจะมีการเรียกความเชื่อมั่นจากประชาชนในการใช้บริการรถไฟฟ้าโมโนเรลอย่างไรนั้น เบื้องต้นจะมีการพิจารณาโครงการรถไฟฟ้าในอนาคตว่ามีความเหมาะสมหรือไม่ จากการทราบข้อมูลพบว่าข้อดีของระบรถไฟฟ้าโมโนเรลเป็นระบบที่สามารถไต่ความลาดชันได้ดีกว่าเมื่อเข้าสู่ภายในเมือง ส่วนข้อเสียคือการใช้งานอะไหล่ซ้ำๆ เกิดการสึกหรออาจเสี่ยงการเกิดอุบัติเหตุได้ ซึ่งถือเป็นจุดอ่อนของโมโนเรล

“จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นยืนยันว่าภาครัฐจะไม่มีการชดเชยรายได้ให้กับเอกชนในช่วงที่เปิดให้บริการรถไฟฟ้าสายสีเหลืองแก่ประชาชนฟรี ซึ่งจะมีบทลงโทษแก่เอกชนผู้รับสัมปทานหากมีการประมาทเลินเล่อจากการขับรถ, เกิดจากข้อบกพร่องของบริษัทผู้ผลิต นอกจากนี้หากโอเปอเรเตอร์ไม่ดำเนินการตามแผนปฏิบัติการเพื่อยกระดับความปลอดภัยจะถูกแบล็กลิสต์จากการประมูลครั้งถัดไป” นายสุรพงษ์ กล่าว

ส่วนนายพิเชฐ คุณาธรรมรักษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางราง กล่าวว่า จากอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น ยืนยันว่ามีการทดลองการเดินรถโมโนเรลสายสีเหลืองมาเป็นเวลาหลายเดือนแล้ว ก่อนที่เปิดให้บริการแบบเชิงพาณิชย์ ปัจจุบันเปิดให้บริการแบบเต็มรูปแบบแล้วกว่า 2-3 เดือน ในช่วงการทดลองมีการทดสอบในช่วงฤดูร้อนของประเทศไทยมาแล้ว แต่ไม่เคยเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น จากการตรวจสอบชิ้นส่วนเบ้าลูกปืนในเบื้องต้น พบว่าอุณหภูมิไม่เกินขอบเขตของวัสดุที่ระบุไว้ในสเปก

นายพิเชฐ กล่าวอีกว่า ส่วนกรณีที่มีการตั้งข้อสงสัยถึงการนำรถไฟฟ้าโมโนเรลมาใช้ในประเทศไทย เหมาะสมหรือไม่นั้น ยังไม่อยากให้ตัดสินว่ารถไฟฟ้าโมโนเรลดีหรือว่าไม่ดี เนื่องจากทุกระบบมีจุดบอบบาง รถเฮฟวี่เรลเคยเกิดเหตุกับระบบอาณัติสัญญาณมาแล้ว ดังนั้น เราต้องใช้เหตุการณ์ดังกล่าวในการเพิ่มความระมัดระวังในส่วนที่เคยเกิดเหตุให้มากๆ ต่อไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน