น.ส.วิลาสินี ภาณุรัตน์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท บาจา (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทเดินหน้ารุกตลาดต่อเนื่อง เพื่อให้บรรลุเป้าหมายในอีก 3 ปีข้างหน้า หรือในปี 2570 ซึ่งเป็นปีที่บาจาดำเนินธุรกิจครบ 100 ปีในไทย โดยจะผลักดันยอดขายให้ได้ 100 ล้านยูโร หรือ ประมาณกว่า 3,500 ล้านบาท และกลับมาเป็นอันดับ 1 ในตลาดรองเท้าของไทยอีกครั้ง เทียบเท่ากับเมื่อปี 2556 หรือ 10 ปีที่แล้ว จากปัจจุบันบาจามียอดขายเป็นอันดับ 4 ในตลาดรองเท้าที่มีมูลค่ากว่า 95,000 ล้านบาท
“บาจาตั้งเป้าหมายเติบโตต่อปีที่ 1.5 เท่าตัวของตลาด เป็นการเติบโตต่อเนื่องจากปีที่แล้วบาจาโต
17% เร็วกว่าตลาดเติบโต 9% ซึ่งมาจากการขยายตัวทั้งช่องทางออฟไลน์และออนไลน์ ปัจจัยส่งเสริมการเติบโตนี้มาจากการที่เราทำการตลาดและขยายธุรกิจอย่างเข้มข้นตั้งแต่กลางปี 2564 ไม่ว่าจะเป็นการปรับภาพลักษณ์ให้ทันสมัยขึ้น ขยายช่องทางในด้านโซเชี่ยลมีเดียมากขึ้น และกระตุ้นการขายด้วยแบรนด์แอมบาสเดอร์ เบลล่า-ราณี แคมเปน ช่วยสร้างการรับรู้และเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายในวงกว้าง รวมทั้งรุกทำตลาดแบรนด์ North Star สนีกเกอร์สายสตรีท และ Power สนีกเกอร์สายกีฬา”

สำหรับแผนปีนี้จะกลับมารุกกลุ่มรองเท้าอื่นที่เป็นฐานหลักของบาจา เช่น รองเท้าออกงาน หรือ Dress Shoes กลับมาได้รับความนิยมขึ้น แต่จะเป็นเทรนด์ที่รองเท้าต้องมากับความใส่สบายและมีความแคชชวลขึ้น เช่น รองเท้าบัลลาลิน่า และรองเท้าแมรี่เจน ให้กลุ่มคนทำงานได้มีรองเท้าใส่สบาย รวมถึงรองเท้ากลุ่ม Dress Working Shoes Uniform รองเท้าสำหรับหลากหลายอาชีพ พร้อมกันนี้ จะกลับมารุกตลาดรองเท้านักเรียน และรองเท้าเด็ก แบรนด์บับเบิ้ลกัมเมอร์ อีกครั้งในเดือนพ.ค.นี้ จะเปิดตัวภาพลักษณ์ใหม่
นอกจากนี้ ได้เปิดตัวแคมเปญ You Shop We Ship ซึ่งเป็นแพลตฟอร์ม Omni-Channel รองรับในกรณีที่ลูกค้าไปหน้าร้านแล้วไม่มีสินค้าตามต้องการ พนักงานจะแนะนำให้สั่งซื้อผ่านหน้าร้าน และจะจัดส่งสินค้าไปให้ที่หน้าบ้าน เป็นการเชื่อมต่อการซื้อสินค้าทั้งออฟไลน์และออนไลน์อย่างครบวงจร และเสริมด้วย Bata Pocket Franchise Share & Chill ให้สมาชิกบาจา คลับ ที่มีอยู่กว่า 2 รายคนแชร์สินค้าที่ลูกค้าชื่นชอบผ่านแพลตฟอร์มโซเชียลของตัวเอง แล้วรับค่าตอบแทน 15% จากยอดขายเมื่อมีคนสั่งซื้อสินค้าผ่านลิงก์ พร้อมปรับปรุงบาจา คลับเพิ่มสิทธิ์พิเศษของสมาชิกต่างๆ ขึ้นอีก
อย่างไรก็ดี ปีนี้บาจาตั้งเป้าหมายเติบโต 12% และมียอดขายที่ 3,000 ล้านบาท ในขณะที่ภาพรวมตลาดน่าจะเติบโตที่ 7% เท่านั้น ต่อเนื่องจากปีที่ผ่านมาเป็นปีที่เคลื่อนไหวเหวี่ยงตัวเป็นพิเศษ ซึ่งในครึ่งปีแรกเติบโตดีมาก แต่ผลกระทบจากเศรษฐกิจทั่วโลก ส่งผลให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางท่องเที่ยวลดลง และเศรษฐกิจในไทย จากภาวะดอกเบี้ยขาขึ้นกระทบกับกำลังซื้อชัดเจน ทำให้ตลาดเริ่มชะลอตัวลงในช่วงครึ่งปีหลัง และต่อเนื่องมาจนถึงเดือนม.ค.ปีนี้ ที่ตลาดยังไม่กลับมา และมองว่าทั้งปีนี้จะเหนื่อยกว่าปีที่แล้ว แต่บาจา ยังมองเห็นโอกาส และการมีสินค้าครบทุกกลุ่มในตลาดรองเท้าจึงเดินหน้ารุกตลาดเต็มที่