นายภัณฑิล จงจิตรตระกูล ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังนายแหลม ชุนวา พาร์สัน ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจและการค้าฮ่องกงประจำกรุงเทพมหานคร (HKETO) และคณะเข้าหารือในโอกาสเข้ารับตำแหน่งว่า ได้แสดงความยินดี ผู้อำนวยการ HKETO คนใหม่ ที่มาประจำอยู่ที่ประเทศไทย รวมทั้งหารือความร่วมมือกันในการขยายความร่วมมือทางธุรกิจ การค้า การลงทุน ความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างไทย-ฮ่องกง และร่วมกันสนับสนุนธุรกิจและสินค้าไทยสู่ตลาดฮ่องกงต่อไป

ทั้งนี้ ฝ่ายไทยแจ้งว่า กระทรวงพาณิชย์มีนโยบายผลักดันซอฟต์พาวเวอร์ ของไทย ทั้งในสินค้าและบริการไปยังต่างประเทศ ซึ่งที่ผ่านมา สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เมืองฮ่องกง ได้จัดกิจกรรมประชาสัมพันธ์สินค้าอาหาร ผลไม้ และข้าวหอมมะลิไทย ตลอดจนธุรกิจบริการไทย เช่น โรงพยาบาล โรงแรมให้ผู้บริโภคชาวฮ่องกงได้รับทราบ จึงขอให้ HKETO ช่วยประชาสัมพันธ์และสนับสนุนกิจกรรมที่เกี่ยวข้อง

โดยเฉพาะข้าวหอมมะลิ และผลไม้ ที่ชาวฮ่องกงให้ความเชื่อมั่น ซึ่งไทยมีความพร้อมที่จะส่งออกในปริมาณที่เพิ่มขึ้นตามความต้องการของตลาดฮ่องกง จากการจัดกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งไทยยังมีนโยบายให้ความสำคัญด้านนวัตกรรมอาหาร (Future Food) ที่เหมาะสมกับวิถีชีวิตของคนฮ่องกง
นอกจากนี้ ยังขอให้ช่วยประชาสัมพันธ์การจัดงานแสดงสินค้า และเชิญชวนให้ผู้นำเข้ามาร่วมเข้าชมงาน โดยไทยจะมีการจัดงานแสดงสินค้าสำคัญจำนวน 7 งาน ตั้งแต่เดือนก.พ.-ก.ย. 2567 ดังนี้ 1. Bangkok Gems & Jewelry Fair (ก.พ.) 2. THAIFEX–HOREC Asia (มี.ค.) 3. STYLE Bangkok (มี.ค.) 4. THAIFEX-ANUGA ASIA (พ.ค.-มิ.ย.) 5. Tilog-LogistiX (ส.ค.) 6. Bangkok RHVAC and Bangkok E&E (ก.ย.) และ 7. Bangkok Gems & Jewelry Fair (ก.ย.)

สำหรับปี 2567 กระทรวงพาณิชย์มีแผนที่จะจัดกิจกรรมขยายโอกาสทางการค้าให้กับสินค้าและบริการของไทยในตลาดฮ่องกง เช่น โครงการส่งเสริมภาพลักษณ์อาหารไทยและธุรกิจบริการอาหารไทย (1 ธ.ค. 66-30 มิ.ย.67) โครงการส่งเสริมอาหารไทยผ่านช่องทางค้าปลีกสมัยใหม่ (1 ม.ค.-31 ส.ค. 2567) การจัดกิจกรรมจับคู่เจรจาธุรกิจในงาน Hongkong Film & TV Market 2024 (11-14 มี.ค.67) โครงการส่งเสริมภาพลักษณ์ข้าวไทยผ่านร้านอาหารที่มีชื่อเสียงในตลาดฮ่องกง (มิ.ย.-ส.ค. 2567) เป็นต้น

นายภัณฑิลกล่าวว่า ฝ่ายฮ่องกง ต้องการให้กระทรวงพาณิชย์ส่งเสริมและสนับสนุนนักธุรกิจไทยไปทำธุรกิจที่ฮ่องกง เช่น ธุรกิจสินค้าแฟชั่น เพราะตลาดเติบโต 43% ,อัญมณีและเครื่องประดับ 55 % ,ธุรกิจด้าน Food Tech โปรตีนทางเลือกและอาหารสุขภาพ เป็นต้น

ปัจจุบัน นักลงทุนฮ่องกง เป็นนักลงทุนอันดับที่ 6 ในประเทศไทยด้วยการลงทุน 39,000 ล้านบาท (ข้อมูล BOI ช่วง 9 เดือนปี 2566) โดยธุรกิจฮ่องกงในประเทศไทย ได้แก่ ViU (video streaming) , Klook (travel booking), LaLamove (logistics) และฮ่องกงเป็นแหล่งส่งออกอันดับที่ 7 ของสินค้าไทยเมื่อปีที่ผ่านมา โดยมียอดส่งออกที่ 380,000 ล้านบาท

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน