นายเทพรัตน์ เทพพิทักษ์ ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) คนใหม่ คนที่ 16 กล่าวถึงวิสัยทัศน์ในโอกาสเข้ารับตำแหน่ง ว่า ขณะนี้คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) อยู่ระหว่างเปิดรับฟังความคิดเห็นแนวทางการคำนวณค่าไฟฟ้าผันแปร (เอฟที) สำหรับงวดเดือนพ.ค.-ส.ค. 2567 ใน 3 กรณีผ่านทางเว็บไซต์สำนักงาน กกพ. ซึ่ง กฟผ. ได้นำเสนอแนวทางการคงค่าไฟฟ้าเรียกเก็บเฉลี่ยอยู่ในอัตราปัจจุบันที่ 4.1805 บาทต่อหน่วย โดยแบ่งการจ่ายคืนภาระต้นทุนคงค้างให้ กฟผ. 99,689 ล้านบาท ออกเป็น 7 งวด เป็นแนวทางที่ กฟผ. รับได้ แต่สุดท้ายก็ขึ้นอยู่กับ กกพ. จะสรุปก่อนประกาศอย่างเป็นทางการต่อไป

“ค่าไฟฟ้าเป็นต้นทุนของทุกอุตสาหกรรม ไม่ควรปรับไปปรับมาบ่อยๆ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและให้การคิดต้นทุนสินค้าของธุรกิจมีความแน่นอน เพราะถ้าค่าไฟแพงบ้าง ถูกบ้าง จะคำนวณยาก ธุรกิจก็ต้องคิดค่าไฟแพงเป็นต้นทุนไว้ก่อน สุดท้ายต้นทุนนี้ก็จะถูกบวกอยู่ในราคาสินค้าส่งต่อมายังผู้บริโภค ดังนั้นอะไรที่ไม่แน่นอน คือ ความแพง และเมื่อราคาสินค้าปรับขึ้นแล้วก็จะลงยาก ซึ่งข้อเสนอของ กฟผ. จึงอยากให้ค่าไฟนิ่ง ต่ำ นาน ส่งผลดีต่อทุกฝ่าย หรือปรับการคำนวณค่าเอฟทีไม่เกินปีละ 1 ครั้งก็ถือว่าเหมาะสม ไม่ใช่ต้องมาลุ้นกันทุกงวด แต่สุดท้ายคนที่ต้องนำไปพิจารณา คือ กกพ. เพื่อประกาศให้ฝ่ายปฏิบัติดำเนินการ”

สำหรับสภาพคล่องของ กฟผ. ในขณะนี้ถือว่าดีขึ้น หลังจากภาครัฐล็อกค่าก๊าซธรรมชาติเมื่อช่วงปลายปี 2566 โดยให้บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) รับภาระส่วนต่างต้นทุนราคาก๊าซธรรมชาติที่ใช้เป็นเชื้อเพลิงหลักในการผลิตไฟฟ้า ประกอบกับต้นทุนราคาก๊าซธรรมชาติในช่วงนี้ลดลง ซึ่งปัจจุบัน กฟผ. แบกรับภาระต้นทุนคงค้างเหลือ 99,689 ล้านบาท ลดลงจากช่วงปลายปี 2566 อยู่ที่ 1.5 แสนล้านบาท หาก กฟผ. ได้รับคืนต้นทุนคงค้าง 7 งวด โดยค่าไฟยังคงอยู่ที่ 4.18 บาทต่อหน่วยตามที่กำหนดชัดเจนไม่เปลี่ยนแปลง ก็จะยิ่งช่วยลดปัญหาสภาพคล่องได้มากขึ้น

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน