น.ส.ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ในปีนี้รัฐบาลต้องการให้ประเทศไทย เป็นศูนย์กลางทางการท่องเที่ยว (Tourism Hub) ขับเคลื่อนเศรษฐกิจในทุกมิติอย่างยั่งยืน มุ่งเน้นการท่องเที่ยวที่มีคุณภาพ ทั้งเมืองหลักและเมืองรอง โดยผ่านซอฟต์พาวเวอร์ ในเรื่องอาหาร วัฒนธรรม เทศกาลงานประเพณี คอนเสิร์ต งานศิลปะ งานภาพยนตร์ กีฬา หรือศิลปะป้องกันตัว
ในปี 2567 ททท. เร่งฟื้นฟูการท่องเที่ยว ทั้งดีมานด์และซัพพลาย ด้วยหัวใจหลักของการสร้างระบบนิเวศใหม่ที่มีคุณค่า สมดุล และยั่งยืน พร้อมเสริมภูมิคุ้มกันสร้างความมั่นคงทางการท่องเที่ยว ก้าวสู่ การท่องเที่ยวที่มีมูลค่าสูงและยั่งยืน (High Value and Sustainable Tourism) อย่างแท้จริง สร้างรายได้จากนักท่องเที่ยวที่มีกำลังซื้อสูง พัฒนาห่วงโซ่อุปทานร่วมกับพันธมิตรในอุตสาหกรรมฯ ให้พร้อมรับกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพ รวมทั้งกระจายรายได้สู่ฐานรากอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม
สำหรับทั้งปี 2567 คาดว่าจะสร้างรายได้รวมกว่า 3.5 ล้านล้านบาท แบ่งเป็นรายได้จากตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติ 1.92 ล้านล้านบาท และรายได้จากตลาดท่องเที่ยวในประเทศ 1.08 ล้านล้านบาท ซึ่งการสร้างรายได้สำคัญกว่าจำนวนนักท่องเที่ยว แต่ 3 เดือนแรกของปีนี้จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาท่องเที่ยวไทยแล้วที่ 9.37 ล้านคน ถือว่ามากกว่าที่คาดการณ์ไว้ โดยมาจากนักท่องเที่ยว จีน มาเลเซีย และรัสเซีย รวมทั้งประเทศยุโรป จึงคาดว่าทั้งปีนี้จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเกิน 36 ล้านคน
ทั้งนี้ ททท. มีโครงการ “365 วัน มหัศจรรย์เที่ยวเมืองรอง” ที่ต้องการผลักดันสร้างกระแสการท่องเที่ยวเมืองรองตลอดทั้งปี 2567 พร้อมบูรณาการร่วมมือกับภาครัฐและภาคเอกชน จัดแคมเปญและกิจกรรมส่งเสริม การท่องเที่ยวเมืองรอง นำเสนอสินค้าและการท่องเที่ยวไทยตามแนวคิดซอฟต์ พาวเวอร์ สะท้อนเอกลักษณ์และอัตลักษณ์ของเมืองรองแต่ละภูมิภาคทั่วประเทศ มาเป็นจุดขายให้นักท่องเที่ยวเดินทางมาท่องเที่ยวได้ตลอด 365 วัน
“คาดการณ์ว่าในปี 2567 รายได้จากการท่องเที่ยวเมืองรองจะเติบโตขึ้น 10-15% จากปี 2566 อย่างแน่นอน ซึ่งจะทำให้เกิดการกระจายรายได้ไปสู่ชุมชนท่องเที่ยว เกิดการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจในแต่ละจังหวัดเพิ่มขึ้น ส่งผลต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ ซึ่งจะนำไปสู่การท่องเที่ยวที่ยั่งยืนในอนาคต นอกจากนี้ปัจจุบันมีเทรนด์การท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ คือ กลุ่ม “Digital Nomad” ซึ่งเป็นกลุ่มที่เดินทางท่องเที่ยวและทำงานไปด้วยได้ทุกที่ทุกเวลาผ่านเทคโนโลยีดิจิทัล ซึ่งกำลังได้รับความนิยมทั่วโลก”
นายมนัสส์ มานะวุฒิเวช ประธานคณะผู้บริหาร บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า ทรูพร้อมร่วมกับททท. นำเทคโนโลยีดิจิทัล ร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศไทย และร่วมขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทย เปิดตัวแคมเปญ “ทรูทั่วไทย” ทั่วไทย ทั่วถึง ทุกคน : เช็กสัญญาณถึงที่ 4 ภาคทั่วไทย“ เพื่อให้สอดคล้องกับเทรนด์การท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ของโลก คือ กลุ่ม “Digital Nomad” ซึ่งกลุ่มนี้ให้ความสำคัญกับเรื่องคุณภาพสัญญาณอินเตอร์เน็ตที่ดี สามารถทำงาน ได้ทุกที่ทุกเวลา
นายชารัด เมห์โรทรา รองประธานคณะผู้บริหาร กล่าวว่า หลังจากที่ผ่านพ้นช่วงของโควิด-19 แล้ว สัญญาณบวกของการท่องเที่ยวไทยชัดเจนยิ่งขึ้น โดยเฉพาะประเทศไทย จุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก และนักท่องเที่ยวในประเทศไทยที่เพิ่มมากขึ้น สังเกตได้จาก ปริมาณการใช้งานดาต้าที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ในจุดที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ ดังนั้นทรู พร้อมที่จะนำจุดแข็ง ทั้งเรื่องสัญญาณคุณภาพ การสรรหาสิทธิพิเศษ ที่ตอบโจทย์กลุ่มท่องเที่ยวดังกล่าว