นายอุดม ศรีสมทรง รองอธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ ได้สั่งการให้กรมการค้าภายในดูแลราคาสินค้าเกษตรให้มีเสถียรภาพ เกิดความเป็นธรรมต่อเกษตรกร ซึ่งปัจจุบันเกษตรกรยังคงเก็บเกี่ยวผลผลิตข้าวเปลือกที่ออกสู่ตลาด อาจทำให้ถูกเอารัดเอาเปรียบในการขายข้าวเปลือก จึงได้สั่งการให้สายตรวจเฉพาะกิจ กรมการค้าภายใน สนธิกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่สำนักงานพาณิชย์จังหวัดและนายตรวจชั่งตวงวัด ตรวจสอบผู้ประกอบการโรงสีข้าวและท่าข้าวอย่างต่อเนื่องในพื้นที่เพาะปลูกที่สำคัญ เพื่อดูแลไม่ให้มีการกดราคารับซื้อ ตลอดจนมีการหักลดนำหนักความชื้นและสิ่งเจือปนตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด มีการแสดงราคารับซื้อ ชัดเจน เปิดเผย รวมถึงไม่ฉวยโอกาสคิดค่าชั่งน้ำหนักที่รับซื้อข้าวเปลือกจากเกษตรกร โดยที่ผ่านมาได้ดำเนินคดีผู้ประกอบการคิดค่าชั่งน้ำหนักที่รับซื้อข้าวเปลือกจากเกษตรกร ไปแล้ว จำนวน 3 ราย ศาลมีคำพิพากษาให้ลงโทษผู้กระทำความผิดตามกฎหมายแล้ว
อย่างไรก็ตาม ขอฝากให้ผู้ประกอบการรับซื้อสินค้าเกษตรโดยเฉพาะข้าวเปลือกปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด หากพบว่า มีการกดราคารับซื้อ ต้องระวางโทษสูงสุดจำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ กรณีไม่แสดงราคารับซื้อตามหลักเกณฑ์เงื่อนไขการรับซื้อ หรือมีการคิดค่าชั่งน้ำหนักข้าวเปลือกที่รับซื้อ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542 กรณีรับซื้อข้าวโดยไม่ได้รับอนุญาตต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 5,000 บาท หรือจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือทั้งปรับทั้งจำ ตามพระราชบัญญัติการค้าข้าว พุทธศักราช 2489
กรณีใช้เครื่องชั่งตวงวัดที่ไม่มีเครื่องหมายรับรองหรือคำรับรองสิ้นอายุในการซื้อขายสินค้า ต้องระวางโทษสูงสุดจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และกรณีโกงเครื่องชั่งหรือใช้เครื่องชั่งตวงวัดที่มีการดัดแปลงแก้ไข ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี และปรับไม่เกิน 280,000 บาท ตามพระราชบัญญัติมาตราชั่งตวงวัด พ.ศ. 2542 หากเจ้าหน้าที่ตรวจพบจะดำเนินคดีอย่างเข้มงวด ทั้งนี้ หากเกษตรกรรายใดไม่ได้รับ ความเป็นธรรมในการขายข้าวเปลือกหรือสินค้าเกษตรอื่น รวมทั้งพบเห็นหรือทราบเบาะแสการกระทำความผิด สามารถแจ้งข้อมูลได้ที่ สายด่วน 1569 กรมการค้าภายใน หรือ สำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ