นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ กล่าวถึงความคืบหน้าในการป้องปรามธุรกิจนอมินี บริษัทที่ใช้คนไทยถือหุ้นแทนเพื่อหลีกเลี่ยงการขออนุญาตประกอบธุรกิจตามพ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวพ.ศ. 2542 ว่า ปี 2567 กรมตั้งเป้าตรวจสอบนิติบุคคลเป้าหมายที่อาจเข้าข่ายนอมมินีทั้งสิ้น 26,019 ราย ใน 4 กลุ่มธุรกิจ ได้แก่ ท่องเที่ยวและเกี่ยวเนื่อง การค้าที่ดินอสังหาริมทรัพย์ โรงแรมรีสอร์ต และธุรกิจเกี่ยวกับการขนส่ง เน้นในพื้นที่เป้าหมายซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญใน 6 จังหวัดคือ เชียงใหม่ ชลบุรี สุราษฎร์ธานี ภูเก็ต กรุงเทพมหานคร และประจวบคีรีขันธ์
ล่าสุดได้ร่วมกับกรมการท่องเที่ยว กรมสอบสวนคดีพิเศษ ตำรวจท่องเที่ยว และสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองลงพื้นที่ตรวจคัดกรองนิติบุคคลเป้าหมาย และได้คัดกรองกลุ่มธุรกิจที่เข้าข่ายจะต้องเรียกตรวจสอบเอกสารหลักฐานเพิ่มเติม จำนวน 460 ราย โดยขณะนี้ได้ลงพื้นที่ขอตรวจสอบเอกสารแล้ว จำนวน 91 ราย ในพื้นที่ 4 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ ภูเก็ต กรุงเทพฯ และชลบุรี โดยได้ขอเอกสารหลักฐานเกี่ยวกับที่ตั้งของบริษัท ว่ามีอยู่ จริง และทำการประกอบธุรกิจจริงหรือไม่ รวมทั้งเอกสารทางบัญชีต่าง
“เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหานอมินี หรือคนต่างด้าวลักลอบเข้ามาทำธุรกิจต้องห้ามในไทยโดยใช้คนไทยถือหุ้นแทน ในวันที่ 20 พ.ค. 2567 กรมเชิญตัวแทนจากสถานทูตต่างประเทศในไทยจำนวน 20 แห่ง และหอการค้าต่างประเทศในไทย มาหารือ เพื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับหลักเกณฑ์การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวตามที่ถูกต้องตาม กฎหมายประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542”
อย่างไรก็ตาม ในปี 2566 กรม ได้ตรวจสอบนิติบุคคลเป้าหมาย 16,607 ราย พบพฤติกรรมเข้าข่ายนอมินี 8 ราย โดยเป็นนอมินีกลุ่มทุนชาวฝรั่งเศส 5 ราย จีน 2 ราย และอังกฤษ 1 ราย ซึ่งได้ส่งเรื่องต่อให้ดีเอสไอและดีเอสไอ ได้ขยายผลตรวจสอบนอมมินี เพิ่มเติมอีกจำนวนมาก แบ่งเป็น อังกฤษ 90 ราย จีน 35 ราย รัสเซีย 20 ราย ฝรั่งเศส 15 ราย และสหรัฐอเมริกา 14 ราย