นายเจมส์ ริชาร์ด อมตวิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แม็คกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ภาพรวมกำลังซื้อของผู้บริโภคตั้งแต่หลังเทศกาลตรุษจีนไม่ดีนัก โดยกำลังซื้อในไตรมาส 2 ต่ำกว่าไตรมาสแรกของปีประมาณ 5% แต่บริษัทยังมั่นใจว่าผลการดำเนินงานปีบัญชี 2567 ที่จะปิดในวันที่ 30 มิ.ย.2567 จะมีรายได้รวมแตะ 4,000 ล้านบาท จากปีบัญชี 2566 (1 ก.ค. 2565 -30 มิ.ย. 2566) บริษัทมีรายได้รวม 3,670 ล้านบาท
สำหรับปีบัญชี 2568 (1 ก.ค. 2567 – 30 มิ.ย. 2568) บริษัทตั้งเป้าหมายเติบโต 2 หลัก ทำให้คาดการณ์ว่าบริษัทจะมีรายได้ในระดับสูงสุด 4,500-4,800 ล้านบาท โดยพร้อมรุกตลาดเต็มที่ การทำตลาดผ่านกลยุทธ์มิวสิคมาร์เก็ตติ้ง และออนไลน์ รวมทั้งจะเพิ่มกลยุทธ์สปอร์ตมาร์เก็ตติ้ง ซึ่งกำลังคุยกับสโมสรทีมฟุตบอลไทย ทึ่มีฐานแฟนคลับอยู่จำนวนมาก เพื่อขยายไปยังลูกค้ากลุ่มใหม่ๆ
พร้อมกันนี้วางงบลงทุนไว้ประมาณ 100 ล้านบาท สำหรับปรับปรุงร้านสาขา และเพิ่มสาขาของ แม็คเอาต์เลต ที่อยู่ในสถานีบริการน้ำมันปตท. ให้ครบ 150 แห่ง จากปัจจุบันมี 140 แห่ง ประมาณ 50 ล้านบาท และอีก 50 ล้านบาท เป็นการลงทุนในด้านอื่นๆ การปรับปรุงระบบไอที และการตลาด
“แม้ว่าที่ผ่านมาเศรษฐกิจไทยฟื้นตัวไม่เป็นตามคาดหมาย กำลังซื้อของผู้บริโภคตกต่ำมาตั้งแต่ตรุษจีน ส่งผลให้ร้านค้าปลีกด้านสินค้าแฟชั่นทั้งตลาดตัวเลขไม่ดีนัก แต่แม็คกรุ๊ป มีรายได้และกำไรในงวด 9 เดือน เติบโตแข็งแกร่ง โดยมีกำไรสุทธิ 577 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.8% มีรายได้จากการขายสินค้า 3,178 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 346 ล้านบาท หรือคิดเป็น 12.2% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งปิดปี 2567 ในเดือนมิ.ย.นี้ มั่นใจจะเติบโตได้แข็งแกร่งตามเป้า และต่อเนื่องไปถึงปี 2568”