นางศิริเพ็ญ เกียรติเฟื่องฟู รองผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) เปิดเผยว่า สศอ. ปรับประมาณการดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (เอ็มพีไอ) ปี 2567 ขยายตัว 0-1% จากประมาณการเดิมคาดว่าขยายตัว 2-3% บนสมมติฐานอัตราการขยายตัว (จีดีพี) ของภาคอุตสาหกรรมปี 2567 คาดขยายตัว 0.5-1.5% จากเดิมคาดว่าจะขยายตัว 2-3% ซึ่งเป็นไปในทิศทางเดียวกันกับหน่วยงานทางเศรษฐกิจอื่นๆ
โดยมีสาเหตุหลักจากปัญหาหนี้สินครัวเรือนในประเทศและอัตราดอกเบี้ยมีระดับสูง ทำให้ผู้บริโภคยังคงระมัดระวังในการจับจ่ายใช้สอย การบริโภคภายในประเทศหดตัว ต้นทุนพลังงานและค่าจ้างปรับตัวสูงขึ้น เห็นได้จากภาพรวมภาพรวมเอ็มพีไอ 4 เดือน (ม.ค.-เม.ย.2567) เฉลี่ยอยู่ที่ระดับ 98.28 หดตัวเฉลี่ย 2.06% อัตราการใช้กำลังการผลิตเฉลี่ยอยู่ที่ 59.13% จากยอดผลิตยานยนต์ลดลงเป็นเดือนที่ 9 ติดต่อกัน
นอกจากนี้ ยังต้องจับตาปัจจัยเสี่ยงจาก สภาพภูมิอากาศแปรปรวนกระทบอุตสาหกรรมที่พึ่งพาผลผลิตทางการเกษตร ปัญหาสินค้านำเข้าราคาถูกล้นตลาดประเทศไทย รวมถึงปัจจัยต่างประเทศ อาทิ เศรษฐกิจคู่ค้าหลักบางประเทศอาจฟื้นตัวช้ากว่าที่คาด การเลือกตั้งผู้นำในหลายประเทศ ปัญหาเชิงภูมิรัฐศาสตร์ที่ยืดเยื้อ และสงครามการค้าระหว่างสหรัฐ-จีน
สำหรับเอ็มพีไอเดือนเม.ย. 2567 อยู่ที่ระดับ 90.34 ขยายตัวจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 3.43% กลับมาขยายตัวเป็นครั้งแรกหลังหดตัวต่อเนื่อง 18 เดือน อัตราการใช้กำลังการผลิตอยู่ที่ 55.26%
อย่างไรก็ตาม สศอ. ประเมินว่าเศรษฐกิจอุตสาหกรรมภาพรวมของไทยเดือนพ.ค. 2567 ส่งสัญญาณฟื้นตัวระยะสั้น จากปัจจัยภายในประเทศฟื้นตัวตามความเชื่อมั่นทางธุรกิจ การนำเข้าสินค้าทุนและวัตถุดิบที่ปรับเพิ่มขึ้น ขณะที่ปัจจัยต่างประเทศ ส่งสัญญาณฟื้นตัวระยะสั้น จากการฟื้นตัวของสหรัฐและผลผลิตในสหภาพยุโรป รวมทั้งภาคการผลิตของญี่ปุ่นที่มีแนวโน้มฟื้นตัวจากการจ้างงานที่เพิ่มขึ้น