นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า กระทรวงเตรียมหารือหน่วยงานราชการเกี่ยวข้องด้านการท่องเที่ยว อาทิ กระทรวงคมนาคม กระทรวงต่าวประเทศ กระทรวงสาธารณสุข การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เพื่อทบทวนแผนกระตุ้นการท่องเที่ยวช่วง 6 เดือนสุดท้ายของปีนี้ ให้สามารถดึงดูดเม็ดเงินจากการท่องเที่ยวได้อีกประมาณ 5 แสนล้านบาท หรือท่องเที่ยวสามารถสร้างรายได้โดยรวม 3.5 ล้านล้านบาท ตามเป้าหมายที่นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ประกาศไว้ ก่อนนำโครงการเสนอของบกลาง นำมากระตุ้นให้เกิดการท่องเที่ยวทั้งด้านของคนไทยเที่ยวไทย หรือต่างประเทศเที่ยวไทย ในช่วงที่เหลือของปี แต่จะเป็นวงเงินเท่าไหร่นั้น ยังไม่รู้ได้จนกว่าจะมีการหารือสรุปโครงการ ที่ต้องดำเนินการกระตุ้นการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นโครงการใหม่ ไม่มีงบประมาณในการดำเนินการ โดยจะสรุปให้แล้วเสร็จในวันที่ 14 มิ.ย. 2567

“แผนและโครงการกระตุ้นการท่องเที่ยว จะพยายามมให้ได้ข้อสรุปในวันที่ 14 มิ.ย. ว่าโครงการไหนดำเนินการภายใต้งบประมาณปี 2567 ให้เร่งดำเนินการ ส่วนโครงการหรือแผนงานใดที่หารือกันว่าต้องดำเนินการแต่ไม่ได้อยู่ในแผนงบประมาณปี 2567 มีจำนวนกี่โครงการ จะเร่งสรุปและรวบรวมเพื่อ นำเสนอนายกรัฐมนตรีและเสนอคณะรัฐมนตรี เพื่อของบประมาณเพิ่มเติม ซึ่งต้องใช้งบกลางในการขับเคลื่อนต่อไป ดังนั้นการหารือจนถึงขั้นตอนการของบประมาณจำเป็นต้องดำเนินการเร่งด้วยให้เสร็จในเดือนมิ.ย.นี้ เพื่อให้ครึ่งหลังสามารถเกินแผนกระตุ้นการท่องเที่ยวได้เลย”

นายเสริมศักดิ์ กล่าวว่า นอกจากนี้ ในภาคการท่องเที่ยว ถือว่าเป็นกลจักรสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และภาคเอกชนด้านการท่องเที่ยว ทั้งผู้ประกอบการทัวร์ สายการบิน สมาคมท่องเที่ยวถือว่ามีความสำคัญ ต่อเป้าหมายการกระตุ้นการท่องเที่ยว กระทรวงก็จะหารือเพื่อร่วมกันขับเคลื่อนการท่องเที่ยวไปสู่เป้าหมายที่รัฐบาลตั้งไว้ส่วนการกีฬา ถือว่ามีความสำคัญ จะเร่งให้เกิดการแข่งขันกีฬาสำคัญๆ เพื่อเป็นการต่อยอดการท่องเที่ยวของไทยให้ได้ อาทิ การแข่งขันมาราธอน เป็นต้น

“ท่องเที่ยวถือว่าสำคัญมากกับเศรษฐกิจไทย สามารถสร้างเม็ดเงินเข้ามาหล่อเลี้ยงเศรษฐกิจได้ อะไรที่ต้องทำก็ต้องทำ เข้ามาทำงานมานั่งเฉยๆ ยอดและเป้าหมายการท่องเที่ยวจะโตได้อย่างไร
กระทรวงจะเร่งหารือทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อร่วมขับเคลื่อนการท่องเที่ยวให้เติบโตให้ได้”

น.ส.ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า การกระตุ้นภาคการท่องเที่ยวช่วง 6 เดือนหลังของปีนี้เพื่อทำรายได้รวมการท่องเที่ยวเพิ่มอีก 5 แสนล้านบาท จากเป้าหมายการทำงานของ ททท. ซึ่งตั้งไว้ 3 ล้านล้านบาท เพื่อไปให้ถึงเป้าหมายของรัฐบาล 3.5 ล้านล้านบาท เนื่องจากผ่านไป 5 เดือนแรกของปีนี้ (ม.ค.-พ.ค.) มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าไทยสะสมแล้วเกือบ 15 ล้านคน สร้างรายได้ตลาดต่างประเทศราว 8.4 แสนล้านบาท ยังเหลืออีก 1.46 ล้านล้านบาทที่ต้องทำเพิ่ม เพื่อให้ได้ตามเป้าหมายรัฐบาล ซึ่งวางเป้ารายได้ตลาดต่างประเทศไว้ที่ 2.3 ล้านล้านบาท ส่วนรายได้ตลาดในประเทศ 1.2 ล้านล้านบาท ก็ต้องบริหารความเสี่ยงควบคู่ด้วย

ทั้งนี้ ททท. ได้วางนโยบายไว้ 3 แกนหลักเพื่อบรรลุเป้าหมายรายได้ที่เพิ่มขึ้นอีก 5 แสนล้านบาท ประกอบด้วย แกนที่ 1 ตลาดในประเทศ ทาง รมว.การท่องเที่ยวฯ ให้นโยบายมาว่าด้วยตอนนี้เป็นช่วงโลว์ซีซัน จำเป็นต้องทำสิ่งที่นอกเหนือจากแผนงบประมาณเดิมที่ได้มาด้วย เช่นเดียวกับแกนที่ 2 ตลาดต่างประเทศ ถ้าต้องการนักท่องเที่ยวต่างชาติมาเพิ่ม ต้องได้รับการสนับสนุนใดเพิ่มเติม โดยสำนักงานของ ททท.ทั้งตลาดระยะใกล้และระยะไกลกำลังส่งแผนให้ รมว.การท่องเที่ยวฯ พิจารณา

และแกนที่ 3 อีเวนต์ใหญ่ เช่น มิชลินฟู้ด เฟสติวัล (Michelin Food Festival) ซึ่งจะจัดเป็นครั้งแรกในไทย และเป็นประเทศที่ 2 ในเอเชียต่อจากดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ นอกจากนี้ยังมีเฟสติวัล คอนเสิร์ตต่างๆ ที่น่าสนใจ เช่น เทศกาลดนตรี ซัมเมอร์ โซนิก (Summer Sonic Bangkok 2024) ระหว่างวันที่ 24-25 ส.ค. ณ อาคารชาเลนเจอร์ฮอลล์ เมืองทองธานี และเทศกาลดนตรี โรลลิ่ง ลาวด์ (Rolling Loud Thailand 2024) ระหว่างวันที่ 22-24 พ.ย. ณ เลเจนด์ สยาม พัทยา รวมไปถึงเทศกาล หนีห่าว มันธ์ (Nihao Month) ในเดือน ต.ค. ร่วมเฉลิมฉลองช่วงหยุดยาววันชาติจีน 1 ต.ค.

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน