กรมประมง แจงต้นทุนพุ่งเป็นเหตุ ทำผู้เลี้ยงกุ้งรายได้ลด สูญเสียความสามารถในการแข่งขัน เผยนำเข้ากุ้งทะเล จากอาร์เจนตินามากที่สุด
วันที่ 14 มิ.ย.2567 นายบัญชา สุขแก้ว อธิบดีกรมประมง ประธานกรรมการบริหารจัดการห่วงโซ่การผลิตกุ้งทะเลและผลิตภัณฑ์ หรือ ชริมพ์บอร์ด (Shrimp Board) เปิดเผยว่า ปี 2567 (ม.ค.-เม.ย.) ประเทศไทยนำเข้าสินค้าและผลิตภัณฑ์กุ้งทะเล (ไม่รวม ล็อบสเตอร์) 5,440.42 ตัน มูลค่า 788.49 ล้านบาท ซึ่งปริมาณและมูลค่าการนำเข้าฯ ลดลง 51.65% และ 66.46% ตามลำดับ เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2566)
เมื่อจำแนกชนิดกุ้งพบว่าเป็น
กุ้งขาวแวนนาไมเพียง 389.58 ตัน หรือ 7.16%
กุ้งกุลาดำ 2.24 ตัน หรือ 0.04%
กุ้งอื่น ๆ 5,048.61 ตัน หรือ 92.80%
ซึ่งรวมชนิดกุ้งที่จับจากธรรมชาติ โดยนำเข้ากุ้งทะเลจากอาร์เจนตินามากที่สุดถึง 46.08% ของมูลค่าการนำเข้ากุ้งทะเลทั้งหมดและเป็นกุ้งที่ไม่สามารถเพาะเลี้ยงได้ในประเทศไทย
สำหรับการนำเข้ากุ้งทะเลจาก อินเดีย และเอกวาดอร์ ซึ่งเป็นสองประเทศที่เกษตรกรมีความห่วงกังวล พบว่า กุ้งจากอินเดียเป็นกุ้งอื่น ๆ รวม 268.79 ตัน และกุ้งจากเอกวาดอร์เป็นกุ้งขาวแวนนาไม รวม 352.34 ตัน ปริมาณการนำเข้ากุ้งขาวแวนนาไมจากต่างประเทศในช่วงม.ค.-เม.ย.ปี 2567 รวม 389.58 ตัน
เปรียบเทียบกับปริมาณการผลิตกุ้งขาวแวนนาไมภายในประเทศไทยในช่วงเวลาเดียวกันซึ่งมีปริมาณรวม 63,172.44 ตัน คิดเป็นสัดส่วนเพียง 0.62%ของผลผลิตกุ้งขาวแวนนาไมภายในประเทศเท่านั้น ซึ่งไม่สามารถกระทบต่อราคาจำหน่ายกุ้งภายในประเทศได้
“จากปัญหาราคากุ้งตกต่ำที่กล่าวมาข้างต้น เกษตรกรยังประสบปัญหาต้นทุนการเลี้ยงที่สูงกว่าประเทศคู่แข่ง ทำให้เกษตรกรมีรายได้ลดลง รวมถึงผู้ส่งออกสูญเสียความสามารถในการแข่งขัน ซึ่งที่ผ่านมากรมประมงได้ดำเนินการเพื่อลดต้นทุนการเลี้ยงให้เกษตรกรผ่านกิจกรรมต่าง ๆ ”
นายบัญชา กล่าวว่า กรมประมงขอยืนยันว่ายังไม่พบการลักลอบนำเข้ากุ้ง ซึ่งส่งผลกระทบทำให้ราคากุ้งภายในประเทศลดต่ำลงตามข้อห่วงกังวลของพี่น้องเกษตรกร โดยวัฏจักรราคากุ้งในประเทศไทยพบว่ามีช่วงที่ราคาตก 2 ช่วง ในรอบปี
คือ ช่วงเดือนเม.ย.-พ.ค. และเดือนก.ย.-ต.ค. ซึ่งเป็นไปตามภาวะราคากุ้งในตลาดโลก และกลไกตลาดตามหลักการอุปสงค์ – อุปทาน เมื่อตลาดโลกมีความต้องการสูงราคาจะเพิ่มขึ้น แต่เมื่อผลผลิตมีมากเกินความต้องการราคากุ้งก็จะต่ำลง และยังคงพบว่าราคาในปีนี้เริ่มลดลงในเดือนเม.ย.เหมือนที่ผ่านมา

