นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยภายหลังการจัดคณะหน่วยงานภาครัฐและเอกชนไทย นำโดยนายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รมว.ต่างประเทศ เดินทางเยือนประเทศซาอุดีอาระเบีย ระหว่างวันที่ 13-15 ก.ค. 2567 พร้อมเป็นประธานเปิดสำนักงานบีโอไอ ณ กรุงริยาด ประเทศซาอุดีอาระเบีย อย่างเป็นทางการ ว่า การจัดงานประชุมภาคธุรกิจ “Thai-Saudi Investment Forum” และการเจรจาจับคู่ธุรกิจ ณ กรุงริยาด ประเทศซาอุฯ ในครั้งนี้ได้รับความสนใจจากนักธุรกิจไทยและซาอุดีฯย รวมถึงนักธุรกิจจากประเทศต่างๆ ในภูมิภาคตะวันออกกลาง เข้าร่วมงานอย่างกว่า 300 คน จากกว่า 200 บริษัท/หน่วยงาน
นอกจากนี้ ยังเกิดการเจรจาธุรกิจกว่า 100 คู่ ซึ่งนักลงทุนซาอุฯ หลายรายให้ความสนใจลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมายของไทย ทั้งกลุ่มอุตสาหกรรมเกษตรและอาหารแปรรูป สุขภาพและการแพทย์ พลังงานสะอาด ชิ้นส่วนยานยนต์ และธุรกิจบริการ ทั้งยังมีการลงนามบันทึกความเข้าใจ (เอ็มโอยู) ด้านความร่วมมือทางธุรกิจรวม 11 ฉบับ ในหลากหลายสาขา เช่น อุตสาหกรรมการเกษตร อาหาร ชิ้นส่วนยานยนต์ วัสดุก่อสร้าง การจัดอีเวนต์และเทศกาล เกมและอีสปอร์ต การผลิตน้ำหอม และธุรกิจที่ปรึกษาเพื่อการพัฒนาที่ยังยืน

สำหรับบริษัทเอกชนของไทยที่เข้าร่วมกิจกรรม Investment Forum และการเจรจาธุรกิจเป็นบริษัทชั้นนำในอุตสาหกรรมสุขภาพและการแพทย์ อย่างโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ กล้วยน้ำไท สมิติเวช และพระราม 9 อุตสาหกรรมพลังงาน โดยบริษัท ปตท. บ้านปู และกัลฟ์ เอ็นเนอร์จี อุตสาหกรรมเกษตรและอาหาร ในกลุ่มซีพี บริษัท เบทาโกร และสหฟาร์ม อุตสาหกรรมบริการสนับสนุนการท่องเที่ยว ของไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล และสถาบันการเงิน ได้แก่ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (เอ็กซิม แบงก์) และธนาคารอิสลาม เป็นต้น
คณะฯ ยังได้เข้าพบกับบริษัทชั้นนำของซาอุดีฯ เพื่อหารือแผนการลงทุนในประเทศไทยและการสนับสนุนจากภาครัฐ เช่น บริษัท Saudi Agricultural and Livestock Investment Company (SALIC) ผู้นำด้านการเกษตรและปศุสัตว์ ได้หารือแผนการลงทุนในไทยในสาขาที่ไทยมีศักยภาพ เช่น การเกษตร ปศุสัตว์ การประมง และการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ
บริษัท CEER Motors ผู้ผลิตยานยนต์ไฟฟ้าของซาอุดีอาระเบีย ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างกองทุน Public Investment Fund (PIF) ของซาอุดีฯ Foxconn จากไต้หวัน และ BMW จากเยอรมนี โดยฝ่ายไทยได้เชิญชวนให้บริษัทพิจารณาการลงทุนในประเทศไทยและร่วมมือกับบริษัทผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ไทยในการเสริมสร้างความเข้มแข็งของห่วงโซ่การผลิตยานยนต์ไฟฟ้าของทั้งสองประเทศ รวมทั้งหารือถึงโอกาสที่ผู้ประกอบการชิ้นส่วนรถยนต์ของไทยจะไปลงทุนที่ซาอุดีอาระเบียเพื่อป้อนชิ้นส่วนยานยนต์ให้ตลาดตะวันออกกลางในอนาคต