กยศ.เปิด เช็กยอดหนี้ ใหม่ 1 ส.ค.นี้ ลูกหนี้ 2.98 ล้านราย ได้ประโยชน์ 1.77 แสนคน ได้เงินคืน คิดเป็นวงเงิน 2,104 ล้าน แจ้งขอรับเงิน ได้ตั้งแต่ 1 ต.ค.67

เมื่อวันที่ 18 ก.ค.67 นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานกรรมการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) เปิดเผยว่า ก.ย.ศ.คำนวณยอดหนี้ใหม่ ตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2566 มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 20 มี.ค.66 ให้แก่ผู้กู้ยืมจำนวนกว่า 3.65 ล้านบัญชีเสร็จแล้ว โดยมีผู้กู้ยืมได้รับประโยชน์กว่า 2.98 ล้านราย ภาระหนี้ลดลง 5.63 หมื่นล้านบาท

โดยผู้กู้ยืมส่วนใหญ่มียอดหนี้ลดลง และมีผู้กู้ยืมที่มียอดชำระหนี้ครบถ้วน และสามารถปิดบัญชีได้ จำนวน 1.77 แสนราย โดยผู้กู้ยืมสามารถตรวจสอบยอดหนี้ที่คำนวณใหม่ได้ที่หน้าเว็บไซต์ กยศ. www.studentloan.or.th ตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค.67 เป็นต้นไป

“ขอให้ลูกหนี้ ก.ย.ศ.ทุกรายเข้ามาตรวจสอบการคำนวณหนี้ใหม่ และดำเนินการปรับโครงสร้างหนี้ หากลูกหนี้คนไหนทำสัญญากู้ยืม แบบมีคนค้ำประกัน ถ้าได้ปรับโครงสร้างหนี้ใหม่ คนที่ค้ำประกันก็จะหลุดพ้นภาระการค้ำประกันทันที

นอกจากนี้ ยังมีลูกหนี้ที่หมดภาระหนี้แล้ว และไม่ต้องหักค่างวดการเงินเดือน 1.8 หมื่นราย จากที่หักเงินเดือนอยู่กว่า 1.2 ล้านราย รวมทั้งมีลูกหนี้ที่ชำระเกินอีก 1.77 แสนราย คิดเป็นวงเงิน 2,104 ล้านบาท ซึ่งลูกหนี้ต้องแจ้งความประสงค์ขอรับเงิน โดยเริ่มคือได้ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.67 เป็นต้นไป” นายลวรณ กล่าว

ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ แม้การปรับแก้กฎหมาย กยศ.ใหม่ จะเป็นผลดีทำให้ลูกหนี้มีภาระค่างวดลดลง แต่ก็มีผลกระทบเรื่องของการเม็ดเงินหมุนเวียนภายใน กยศ.ด้วยเช่นกัน ซึ่งในปีงบประมาณ 2568 นั้น จะเป็นปีแรกที่กยศ.กลับมาของงบประมาณจากรัฐบาล หลังจากที่ไม่ได้ขอมาตั้งแต่ปี 2560 โดยได้รับจัดสรรวงเงินจากสำนักงบประมาณราว 8 พันล้านบาท

ด้าน นายชัยณรงค์ กัจฉปานันท์ ผู้จัดการกยศ. กล่าวว่า สำหรับการคำนวณยอดหนี้ใหม่ข้างต้นเป็นการคำนวณหนี้โดยไม่ใช้ระบบ “กยศ. Connect” ซึ่งเป็นข้อมูล ณ วันที่ 30 ก.ย.66 โดยนำรายการชำระหนี้ของผู้กู้ยืมเงินแต่ละรายที่ชำระเงินคืนกองทุนฯ นับแต่วันที่ครบกำหนดชำระหนี้ครั้งแรก มาคำนวณหนี้ใหม่ ตัดชำระเงินต้น เฉพาะส่วนที่ครบกำหนด ดอกเบี้ย และเบี้ยปรับตามลำดับ คิดดอกเบี้ยในอัตรา 1% ต่อปี และคิดเบี้ยปรับในอัตรา 0.5% ต่อปี จากเดิม 7.5% ต่อปี

นายชัยณรงค์ กล่าวต่อว่า รวมถึงมีมาตรการชะลอการฟ้อง และบังคับคดี สำหรับผู้ที่ผิดนัดชำระเกินกำหนด ซึ่ง กยศ.ดำเนินการไปแล้ว ได้แก่ ชะลอการฟ้องคดี 2.62 แสนราย เป็นเงิน 2.61 หมื่นล้านบาท งดการบังคับคดี 1.6 แสนราย เป็นเงิน 1.44 หมื่นล้านบาท ขอขยายระยะเวลาบังคับคดี 1.75 แสนราย เป็นเงิน 2.35 หมื่นล้านบาท ของดการขายทอดตลาก 1.78 แสนราย เป็นเงิน 4.15 หมื่นล้านบาท

และมีหนังสือถึงสำนักงานทนายความให้งดบังคับคดี 391 แห่ง ขณะที่ยอดการผิดนัดชำระปัจจุบันอยู่ที่ 39% ของลูกหนี้ทั้งหมดในกยศ. คิดเป็น 2.1 ล้านราย เป็นมูลหนี้ 9.6 หมื่นล้านบาท ขณะเดียวกัน ยอมรับว่า ขณะนี้อัตราการผ่อนชำระหนี้ลดลง 8% ซึ่งมองว่าเป็นผลกระทบชั่วคราว หากดำเนินการปรับโครงสร้างหนี้ให้กับลูกหนี้ทุกคนแล้ว เชื่อว่าลูกหนี้จะกลับมาชำระหนี้ได้ปกติ

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน