นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ ผอ.สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงการส่งออกของไทยในเดือนมิ.ย. 2567 ว่า มีมูลค่า 24,796.6 ล้านเหรียญสหรัฐ หดตัว 0.3% การนำเข้ามูลค่า 24,578.5 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว 0.3% ส่งผลให้ดุลการค้าเกินดุล 218 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งถือเป็นการเกินดุลต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2

การส่งออกมิ.ย.ที่หดตัว 0.35% เป็นผลมาจากการส่งออกกลุ่มสินค้าเกษตรหดตัว 2.2 %โดยเฉพาะผลไม้สดหดตัวมากถึง 30.7% เนื่องจากเป็นเดือนท้ายฤดูกาลผลไม้ทำให้ผลผลิตน้อยจึงส่งออกได้ลดลงโดยเฉพาะทุเรียน กลุ่มสินค้าอุตสาหกรรมเกษตรหดตัว 4.5% และกลุ่มสินค้าอุตสาหกรรม ขยายตัว 0.3%

นายพูนพงษ์ กล่าวถึงการส่งออกช่วงครึ่งปีแรก (ม.ค.-มิ.ย.) 2567 ว่า มีมูลค่า 145,290.0 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว 2.0% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน การนำเข้า มีมูลค่า 150,532.6 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว 3.0% ส่งผลให้ไทย ขาดดุล 5,242.7 ล้านเหรียญสหรัฐ

โดย การส่งออก 6 เดือนขยายตัว 2% เป็นผลมาจากการส่งออกทุกลุ่มสินค้ามีการขยายตัวต่อเนื่อง โดยกลุ่มสินค้าเกษตร ขยายตัว 7.6% อาทิข้าวขยายตัว 48% ยางพารา ขยายตัว 30 ไก่แปรรูป 6.2% กลุ่มสินค้าอุตสาหกรรมเกษตรขยายตัว 3.3% อาทิ อาหารสัตว์เลี้ยง ขยายตัว 26.6% ผลไม้กระป๋องและแปรูปขยายตัว 15.6% และกลุ่มสินค้าอุตสาหกรรม ขยายตัว 2% อาทิ เครื่องโทรสาร โทรศัพท์ ขยายตัว 43% เครื่องคอมพิวตอร์และอุปกรณ์ ขยายตัว 23.2% เครื่องจักกลและส่วนประกอบขยายตัว 12.4% เป็นต้น

“การส่งออกมิ.ย. ที่ติดลบ 0.3% ถือว่าหดตัวไม่มากจากผลไม้ที่ส่งออกได้น้อยลง แต่เดือนก.ค. มั่นใจว่าการส่งออกจะกลับมาขยายตัวเป็นบวกได้ ขณะที่ภาพรวม 6 เดือนแรกยังขยายตัวได้ดีบวก 2% ส่วนช่วงครึ่งปีหลังการส่งออกยังดีต่อเนื่อง เพราะกองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือ ไอเอ็มเอฟ ได้ปรับเพิ่มเป้าการเติบโตเศรษฐกิจโลกเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 3.2% เนื่องจากเศรษฐกิจกำลังซื้อประเทศคู่ค้าสำคัญของไทยฟื้นตัวขึ้น โดยเฉพาะตลาด สหรัฐอเมริกา ยุโรป จีน และอินเดีย คาดว่าการส่งออกทั้งปีนี้จะขยายตัวได้ตามเป้าหมาย 1-2% และจะเป็นปีที่ไทยมีมูลค่าส่งออกสูงสุดทะลุเกิน 10 ล้านล้านบาทแน่นอน”

ด้านนายชัยชาญ เจริญสุข ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) หรือสภาผู้ส่งออก เปิดเผยว่า การส่งออกในครึ่งปีแรกถือว่าทำได้ดี ขยายตัวถึง 2% ท่ามกลางปัญหารุมเร้า ซึ่งครึ่งปีที่เหลือก็คาดว่าน่าจะส่งออกได้เท่ากับครึ่งปีหลังของปี 2566 โดยในแต่ละเดือนหากได้ 23,00 ล้านดอลลาร์ทั้งปีจะโต 1% แต่หากได้เฉลี่ยเดือนละ 24,000 ล้านดอลลาร์ ก็จะได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ 2% โดยมีปัจจัยที่สำคัญ คือ เงินบาทอ่อนค่า ค่าระวางเรือที่ไม่น่าจะปรับขึ้นสูงไปกว่านี้

ในส่วนของกำลังซื้อในครึ่งปีหลังของประเทศคู่ค้า มองว่าคู่ค้าสำคัญของไทยอย่างสหรัฐก็ยังขยายตัวได้ดี โดย 6 เดือนแรกขยายตัวได้ถึง 11.2% ขณะที่ประเทศคู่ค้าอื่นๆ ก็ยังเชื่อว่าไปได้โดยเฉพาะตลาดใหม่อย่างประเทศอินเดีย 6 เดือนแรกขยายตัว 5.6% รวมไปถึงกลุ่มประเทศตะวันออกกลาง เช่น ซาอุดีอาระเบีย ก็ยังขยายตัวได้ดีเช่นกัน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน