ขนส่ง ยอดจดป้ายแดง 7 เดือนทะลุ 1.6 ล้านคัน ส่วนอีวี พุ่งเฉียด6หมื่นคัน เผยมาตรการลดภาษีประจำปีสำหรับรถที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า ถึง 80 %
วันที่ 19 ส.ค.2567 นายเสกสม อัครพันธุ์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก และโฆษกกรมการขนส่งทางบก กล่าวว่า เปิดเผยถึง สถิติการจดทะเบียนรถตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ทั่วประเทศประจำปี พ.ศ. 2567ในช่วง 7เดือนแรก(ม.ค.-ก.ค.) ว่า มีผู้นำรถใหม่มาจดทะเบียนมีจำนวนทั้งสิ้น 1,623,778 คัน
การจดทะเบียนฯ ในแต่ละเดือนมีจำนวนดังนี้
เดือนม.ค. จำนวน 259,299 คัน
เดือนก.พ. จำนวน 227,883 คัน
เดือนมี.ค. จำนวน 234,429 คัน
เดือนเม.ย. จำนวน 199,056 คัน
เดือนพ.ค. จำนวน 249,757 คัน
เดือนมิ.ย. จำนวน 231,948 คัน
เดือนก.ค. จำนวน 221,406 คัน
ปัจจุบันประเทศไทยกำลังเผชิญกับปัญหาสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะปัญหามลพิษทางอากาศ ที่มีสาเหตุ มาจากรถยนต์รวมถึงยานพาหนะที่ใช้กันบนท้องถนนนั้น ปล่อยก๊าซจากเครื่องยนต์สันดาป ก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศและส่งผลเสียต่อสุขภาพของประชาชนและสิ่งแวดล้อม
ซึ่งรถพลังงานไฟฟ้าหรือ รถ EV (Electric Vehicle) ถือว่า เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม การทำงานที่ใช้พลังงานไฟฟ้าแทนน้ำมันช่วยลดการเผาไหม้ของเชื้อเพลิงที่ทำให้เกิดมลพิษทางอากาศ การเลือกใช้รถยนต์ไฟฟ้าจึงช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2)
ทั้งนี้การหันมาใช้รถพลังงานไฟฟ้าหรือรถ EV (Electric Vehicle) กำลังเป็นที่นิยมและมีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยสถิติการจดทะเบียนรถพลังงานไฟฟ้าตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ทั่วประเทศประจำปี พ.ศ. 2567 ในช่วง 7 เดือนแรกปีนี้ มีจำนวนทั้งสิ้น 59,670 คัน
การจดทะเบียนฯ ในแต่ละเดือนมีจำนวนดังนี้
เดือนม.ค. จำนวน 15,915 คัน
เดือนก.พ. จำนวน 6,259 คัน
เดือนมี.ค. จำนวน 7,373 คัน
เดือนเม.ย. จำนวน 5,973 คัน
เดือนพ.ค. จำนวน 7,969 คัน
เดือนมิ.ย. จำนวน 7,911 คัน
เดือนก.ค. จำนวน 8,270 คัน
ทั้งนี้ กรมการขนส่งทางบกมีมาตรการลดภาษีประจำปีสำหรับรถที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าที่เป็นรถใหม่สำเร็จรูปจากโรงงานและนำมาจดทะเบียนตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ เป็นการส่งเสริมให้ประชาชนหันมาใช้รถพลังงานไฟฟ้าเพิ่มมากขึ้น เพื่อเป็นการลดปัญหามลพิษทางอากาศอย่างมีประสิทธิภาพ

นายเสกสม กล่าวต่อว่า สำหรับมาตรการลดภาษีประจำปีสำหรับรถที่ขับเคลื่อน ด้วยพลังงานไฟฟ้าที่เป็นรถใหม่สำเร็จรูปจากโรงงานและนำมาจดทะเบียนตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 10 พ.ย. 2568 โดยให้ลดภาษีลง 80 %จากอัตราที่กำหนดตาม (11) ของอัตราภาษีประจำปีท้ายพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ดังนี้
– รถเก๋งที่ใช้พลังงานไฟฟ้าที่มีน้ำหนัก 1,751-2,000 กิโลกรัม ปกติจัดเก็บภาษีประจำปี 1,600 บาท ลดภาษีประจำปีแล้ว คงเหลือ 320 บาท
– รถตู้ส่วนบุคคลที่ใช้พลังงานไฟฟ้าที่มีน้ำหนัก 1,751 – 2,000 กิโลกรัม ปกติจัดเก็บภาษีประจำปี 800 บาท ลดภาษีประจำปีแล้ว คงเหลือ 160 บาท
– ส่วนรถจักรยานยนต์ที่ใช้พลังงานไฟฟ้า ปกติจัดเก็บภาษีประจำปี 50 บาท ลดภาษีประจำปีแล้วคงเหลือ 10 บาท เป็นต้น โดยเริ่มตั้งแต่วันที่รถนั้นจดทะเบียนเป็นระยะเวลา 1 ปี
