ภูมิธรรม สั่งตั้งทีม หามาตรการสกัดสินค้ราคาาถูกทะลักเข้าไทย ส.ค.นี้ได้ข้อสรุป เสนอครม.ไฟเขียว ดึงกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงการคลัง กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงดีอี ดีเอสไอ
วันที่ 21 ส.ค.67 นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ เปิดเผยถึงการแก้ไขปัญหาสินค้าราคาถูกจากจีนทะลักเข้าไทยว่า รัฐบาลต้องทำให้เกิดความสมดุลที่จะดูแลผู้ประกอบการชาวไทย และหาช่องทางกำกับดูแลสินค้าที่เข้ามาด้วยว่ากระทบกับไทยอย่างไร ล่าสุด นายวุฒิไกร ลีวีระพันธ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชนมาหารือถึงแนวทางการแก้ไขปัญหา ทั้งในส่วนของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงการคลัง กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงดีอี ดีเอสไอ
“เร็วๆ นี้จะเรียกประชุมผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมดอีกครั้ง ซึ่งจะเชิญเอสเอ็มอีที่ได้รับผลกระทบเข้าร่วมด้วย เพื่อหาแนวทางแก้ปัญหา เบื้องต้นอาจตั้งคณะกรรมการขึ้นมาดูแลเรื่องนี้โดยเฉพาะ ผมจะเร่งคุยให้ได้ข้อสรุปทั้งหมดภายในส.ค.นี้ เพื่อเสนอ ครม. ให้พิจารณาต่อไป”
นายภูมิธรรม กล่าวว่า ขณะนี้เราได้ประสานงานได้พูดคุยกับทูตพาณิชย์จีนแล้ว เขารับปากจะสนับสนุนเงื่อนไขที่เราเสนอไปหลายอย่าง เช่น การคุ้มครองผู้บริโภคและผู้ประกอบการในไทยตามข้อเสนอของไทย เพราะเราไม่สามารถปล่อยให้ปัญหาเข้ามากระทบผู้ประกอบการไทยได้ ซึ่งทูตจีนก็ตอบรับแล้วว่าจะไปดูแล ส่วนแพลตฟอร์ม TEMU ที่เข้ามาขณะนี้นั้นเราบอกว่าควรจะต้องเข้ามาจดทะเบียนในไทยด้วยซึ่งทูตจีนก็เห็นชอบรับปากที่จะไปเจรจาให้ และยังรับเป็นหน่วยประสานงานด้วยหากพบว่าสินค้าจากแพลตฟอร์มนี้ มีปัญหา”
นอกจากนี้ ยังสั่งการให้หน่วยที่เกี่ยวข้องเข้าไปเข้มงวดติดตามสินค้าตามโรงงานต่างๆ ว่ามีขบวนการผลิตที่ถูกต้องหรือไม่ และขอย้ำว่า รัฐบาลไทยจะใช้กฎหมนายอย่างเต็มที่ จริงจังเหมือนกับประเทศอื่นๆ โดยอยู่ภายใต้กลไกลการค้าโลก
อย่างไรก็ตาม อย่างที่เห็นว่ามีแพลตฟอร์มต่างชาติเข้ามาซึ่งเราไม่สามารถห้ามไม่ให้คนอุดหนุนได้เพราะราคาถูก เป็นความท้าทายของผู้ประกอบการ ต้องปรับตัว ทำสินค้าคุณภาพ ลดต้นทุน และส่งออกไปตลาดต่างประเทศ รัฐต้องส่งเสริมสนับสนุนผู้ประกอบการทั้งด้านเงินทุนและกฎระเบียบ รวมทั้งจากนี้เราต้องไม่แข่งขันกันแต่ด้านราคา สินค้าไทยมีคุณภาพเป็นที่ต้องการของตลาดโลก โดยเฉพาะสินค้าด้านอาหาร อุปโภคบริโภค และผลไม้ของเรามีหลายตัวแข่งขันได้ และเรายังมีศิลปะวัฒนธรรม สถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นที่นิยมด้วย