เมื่อวันที่ 11 ก.ย. ที่กระทรวงพาณิชย์ นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รมว.พาณิชย์ พร้อมด้วย นายนภินทร ศรีสรรพางค์ รมช.พาณิชย์ และ นายสุชาติ ชมกลิ่น รมช.พาณิชย์ ได้ถือฤกษ์ เวลา 08.15 น. เดินทางเข้ามาสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวงพาณิย์ เพื่อความสิริมงคลก่อนการปฏิบัติงานอย่างเป็นทางการ โดยมี นายวุฒิไกร ลีวีระพันธ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ และข้าราชการระดับสูงกระทรวงพาณิชย์รอต้อนรับ
โดยนายพิชัยกล่าวว่า ต้องขอขอบคุณท่านายกรัฐมนตรีที่แต่งตั้งตนให้เป็น รมว.พาณิชย์ ตนจะทำงานอย่างเต็มที่ เพราะมีงานหลายอย่างที่จะต้องเข้ามาช่วยกันแก้ปัญหาเศรษฐกิจที่มาตลอดหลายปี โดยจะใช้กระทรวงพาณิชย์เป็นกลไกลสำคัญในการแก้ปัญหา ด้วยการเร่งรัดการเจรจาการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งขณะนี้มีแผนงานเตรียมพร้อมอยู่แล้ว
ส่วนนโยบายในการ แก้ปัญหาเอสเอ็มอีไทยที่เดือดร้อน จากการเข้ามาตีตลาดของสินค้าราคาถูกจากต่างประเทศนั้น จะเห็นว่าปัจจุบันเอสเอ็มอีมีปัญหาค่อนข้างมากปัญหาแรกคือปัญหาเรื่องหนี้ที่ค่อนข้างเยอะ และไม่มีสภาพคล่อง ตนเข้าใจและไม่ได้ตั้งใจจะต่อว่าธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) แต่ความร่วมมือของแบงก์ชาติ มีความจำเป็นในการช่วยเหลือเอสเอ็มอี ในเรื่องการช่วยตัดหนี้ แต่ที่ผ่านมา แบงก์ชาติก็มองว่าเป็นภัยทางศีลธรรม แต่หากพิจารณากันจริงๆ แล้วไม่ใช่ภัยทางศีลธรรม เพราะ 2-3 ปีที่ผ่านมา ประเทศเจอกับปัญหาโควิด เป็นความโชคร้ายของเศรษฐกิจทั้งโลก
ดังนั้นการช่วยเหลือให้ผู้ประกอบการให้กลับมาทำธุรกิจและมีรายได้ สร้างเศรษฐกิจได้อีกครั้งเป็นเรื่องที่สำคัญ หากปล่อยไปแบบนี้เศรษฐกิจก็จะแย่ลงเรื่อยๆ หนี้ก็จะเพิ่มขึ้น สุดท้ายต้องมานั่งตัดหนี้อยู่ดี ทำไมเราไม่ตัดนี้ตอนนี้เลย แบงก์ชาติ และธนาคารพาณิชย์ จะต้องให้ความร่วมมือและดูแลเรื่องหนี้และสภาพคล่องให้กับเอสเอ็มอี นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์จะเร่งหาตลาดใหม่ให้มากขึ้นเพื่อเร่งขยายตลาดให้กับเอสเอ็มอี
“ที่มีการพูดกันว่ามีสินค้าจีนราคาถูกเข้ามาตีตลาดไทยนั้น เรื่องนี้ผมคิดว่าต้องระวังไม่อยากให้พูดว่าเป็นผลิตภัณฑ์จากจีนอย่างเดียว เพราะจะกลายเป็นว่าเราต่อต้าน เพราะจีนก็ไม่ใช่ผู้ร้าย และจีนเองก็รู้สึกกังวล ที่ผ่านมาอุปทูตจีนโทรหาผมบอกว่าอย่าโจมตีจีนมาก ซึ่งหลังจากนี้เราจะมานั่งคุยกันเพื่อแก้ปัญหาร่วมกัน เพราะไทยกับจีนถือว่าเราเป็นพี่น้องกัน หากเรามีความสัมพันธ์ที่ดีกับจีน หรือกับชาติอื่นๆ อย่างสหรัฐอเมริกา เชื่อว่าเราจะทำให้เราฟื้นเศรษฐกิจได้เร็ว เพราะการลงทุนเริ่มไหลเข้ามามาก จะเห็นว่าเปอร์เซ็นต์การลงทุนได้มีการปรับเพิ่มขึ้น 40-50% และจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะในอุตสาหกรรม (Print Circuit Board : PCB) ผลิตแผ่นวงจรอิเล็กทรอนิกส์ ที่จะเป็นเอสเคิร์ฟใหม่ของไทย ที่ผ่านผมได้หารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเชิญต่างชาติเข้ามาลงทุนในไทย ซึ่งปีที่ผ่านมามีเม็ดเงินเข้ามาลงทุนในอุตสาหกรรม PCB มากถึง 1.5 แสนล้านบาท ในช่วงที่รัฐบาลยังไม่ทันตั้งตัว ซึ่งหากหลังจากนี้รัฐบาลมีแนวทางส่งเสริมที่ชัดเจนเชื่อว่าจะมีเม็ดเงินลงทุนไหลเข้าไทยสูงถึงล้านล้านบาท”
นายพิชัย กล่าวถึงมาตรการดูแลค่าครองชีพว่า จะมีมาตรการช่วยเหลือให้ประชาชนมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น มีสินค้าราคาถูกมาจำหน่ายให้กัปบประชาชน ส่วนการดูแลราคาสินค้าเกษตรนั้นจะเน้นการทำงานเชิงรุกบริหารจัดการ เพื่อช่วยเหลือเกษตร ส่วนรายละเอียดของนโยบายต่างๆ นั้นต้องรอให้รัฐบาลแถลงนโยบายต่อสภาอย่างเป็นทางการก่อนจึงจะสามารถบอกรายละเอียดได้