นายสมประวิณ มันประเสริฐ รองผู้จัดการใหญ่ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มงาน Economic Intelligence Center หรือ อีไอซี (EIC) และรองผู้จัดการใหญ่ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มงานกลยุทธ์องค์กร ธนาคารไทยพาณิชย์ (เอสซีบี) เปิดเผยว่า อีไอซี เอสซีบี ประเมินเศรษฐกิจไทยขยายตัวต่ำในปี 2567 และ 2568 ที่ 2.5% และ 2.6% ตามลำดับ โดยภาคการท่องเที่ยวยังเป็นแรงส่งหลักที่เหลืออยู่ของเศรษฐกิจไทย ประมาณการจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติปี 2568 ที่ 39.4 ล้านคน โดยการเติบโตของจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติยังถูกกดดันจากแนวโน้มการกลับมาของนักท่องเที่ยวจีนแบบกรุ๊ปทัวร์

ขณะที่การส่งออกไทยปี 2568 ยังเติบโตต่ำกว่าในอดีต ส่วนหนึ่งจากความสามารถในการแข่งขันที่ลดลง การผลิตของภาคอุตสาหกรรมที่แม้เริ่มทยอยฟื้นตัวตามการส่งออกสินค้าที่ปรับดีขึ้นบ้าง แต่ยังเผชิญแรงกดดันจากสินค้าคงคลังสูง และอุปสงค์ในประเทศเปราะบาง การลงทุนภาคเอกชนคาดว่าจะหดตัวเล็กน้อยในปีนี้ แต่จะกลับมาขยายตัวได้ในปีหน้า?ตามมูลค่าการออกบัตรส่งเสริมการลงทุนของ Board of Investment ที่ปรับดีขึ้นมาก แต่การลงทุนจะยังเติบโตได้ไม่มากนัก

“เศรษฐกิจไทยโตต่ำกว่าศักยภาพ เติบโตช้ากว่าเศรษฐกิจโลกที่มีทิศทางดีขึ้น และเติบโตต่ำสุดในภูมิภาคอาเซียน ซึ่งปีนี้อีไอซี เอสซีบี ยังคงประมาณการจีดีพีไทยไว้ที่ 2.5% แต่ที่สำคัญคือการปรับลดจีดีพีปีหน้ามาที่ 2.6% ลดลงเป็นรอบที่ 2 จากสูงกว่า 3% มาเป็น 2.9% และคาดว่าจะไหลลงได้อีก เนื่องจากเศรษฐกิจไทยมีปัญหาเชิงโครงสร้างที่ยังไม่ได้รับการแก้ไข และยังมีปัญหาเรื่องวัฏจักรเข้ามาทำให้เศรษฐกิจหมุนวนลงเร็วขึ้น แต่จะฮาร์ด แลนด์ดิ้ง (Hard Landing) หรือไม่ ก็จะขึ้นอยู่กับการทำนโยบายต่อไปในอนาคต โดยเฉพาะนโยบายการเงิน-การคลังต้องประสานกันได้ดี”

พร้อมกันนี้อีไออี เอสซีบี ประเมินว่าโครงการดิจิทัล วอลเล็ตใช้วงเงินสูง แต่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้ไม่เต็มที่และชั่วคราว โดยคาดว่าจะกระตุ้นจีดีพีได้ 0.5-0.7% แต่จะส่งผลให้หนี้สาธารณะไทยอาจมีแนวโน้มชนเพดานในปี 2570 ซึ่งที่ผ่านมาการบริโภคภาคเอกชนจะแผ่วลงมากในสินค้าคงทน โดยเฉพาะยอดขายรถยนต์ที่หดตัวต่อเนื่อง ประกอบกับรายได้ภาคเกษตรมีแนวโน้มกลับมาหดตัว ตามทิศทางราคาสินค้าเกษตรสำคัญที่จะลดลงในปีหน้า ทั้งยังถูกกดดันจากสินเชื่ออุปโภคบริโภคที่ชะลอลงต่อเนื่องเพราะคุณภาพสินเชื่อด้อยลง เห็นได้จากคนที่มีรายได้ต่อเดือนต่ำกว่า 30,000 บาท มีการผิดนัดชำระหนี้มากขึ้น

“ถ้าปัญหาลามจากภาคการผลิต โรงงานอุตสาหกรรมไปภาคบริการเป็นเรื่องน่ากังวล เพราะเริ่มเห็นสัญญาณแล้วแม้การท่องเที่ยวเติบโตดีปีนี้ ปีหน้าไม่น่าจะเติบโตมาก เพราะจากผลสำรวจ SCB EIC Consumer survey 2567 ความเชื่อมั่นผู้บริโภคต่อเศรษฐกิจไทยปีหน้าที่ยังต่ำ จึงมีแนวโน้มจะลดการใช้จ่ายสินค้าและบริการไม่จำเป็นมากขึ้น ในปีหน้าคนในประเทศลดการท่องเที่ยวเพื่อลดการใช้จ่าย“
สำหรับอัตราดอกเบี้ย ประเมินว่าคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีแนวโน้มเริ่มลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายในเดือนธ.ค.ปีนี้ และต่อเนื่องช่วงต้นปีหน้าไปอยู่ที่ 2% จากสัญญาณอุปสงค์ในประเทศที่ชะลอตัวชัดเจนขึ้น ส่วนหนึ่งเป็นผลต่อเนื่องจากภาวะการเงินตึงตัวนาน

สำหรับค่าเงินบาท ช่วงที่ผ่านมาแข็งค่าเร็วหลังดัชนีเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่า ราคาทองคำสูงขึ้น และความกังวลการเมืองไทยที่คลี่คลาย ในระยะสั้นเงินบาทอาจอ่อนค่าเล็กน้อยจากปัจจัยเศรษฐกิจของสหรัฐ ณ สิ้นปี 2567 และ 2568 ประเมินเงินบาทอยู่ในกรอบ 34-34.5 และ 33-34 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ตามลำดับ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน