นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ เปิดเผยถึงผล สำรวจพฤติกรรมการใช้จ่ายของประชาชนในช่วงเทศกาลกินเจปีนี้ว่า มีบรรยากาศคึกคักพอๆ กับปีก่อน คาดว่าจะมีเงินสะพัด 45,003 ล้านบาท เพิ่มสูงขึ้นจากปีก่อนเล็กน้อยเพียง 1% เนื่องจากคนยังระมัดระวังการใช้จ่าย เพราะมองว่าเศรษฐกิจยังไม่ดี รวมทั้งเงินสด 1 หมื่นบาท ยังไม่มีผลกับการใช้จ่ายกินเจปีนี้มากนัก เนื่องจากคนกินเจส่วนใหญ่ไม่ได้รับสิทธิ์เงินสด 1 หมื่นบาท แต่อยู่ในกลุ่มคนเฟส 2 ที่จะได้รับเงินดิจิทัลวอเล็ตในปีหน้า
“เงินสะพัดกินเจปีนี้ถือว่าสูงสุดหลังจากสถาการณ์โควิด เมื่อปี 2563 โดยมีมูลค่าการใช้สูงปีก่อน คือ ปรับจาก 4,587 บาท/คน เป็น 4,696 บาท/คน แต่มูลค่าที่สูงขึ้นเป็นผลมาจากของมีราคาแพงขึ้น ไม่ใช่กำลังซื้อที่เพิ่มขึ้น เพราะเมื่อดูจากปริมาณการซื้อพบว่าส่วนใหญ่ซื้อในปริมาณเท่ากับปีก่อน”
ทั้งนี้ เมื่อมีการสอบถามทัศนะต่อมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจปี 2567 ผ่านผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐและบัตรพิการที่ได้รับเงินสด 10,000 บาทพบว่าประชาชนส่วนใหญ่ 93% บอกอยากได้เป็นเงินสดโอนเข้าบัญชีพร้อมเพย์ และอีก 7% อยากได้เป็นเงินดิจิทัลวอลเล็ต โดยคนส่วนใหญ่ 67.3% บอกว่าจะแบ่งใช้เงินหลายครั้ง, 19.2% ใช้หมดครั้งเดียว และ 13.5% ไม่แน่ใจ
สินค้าที่สนใจซื้อมากที่สุด 5 อันดับแรก คือ 17.8% คือ ทองคำ อัญมณี รองลงมา 10.7% เครื่องใช้ไฟฟ้า, 8.8% เครื่องมือสื่อสาร, 8.4% สินค้าอุปโภคบริโภค และ 8.3% สินค้าวัตถุดิบเพื่อการเกษตรและการค้า เป็นต้น
“กลุ่มคนที่รับเงินสด 1 หมื่นบาทครั้งนี้ ส่วนใหญ่จะแบ่งใช้จ่ายเงินหลายครั้งโดยจะใช้จ่ายภายในระยะเวลา 3 เดือน เพื่อซื้อสินค้าที่ผลิตได้ในประเทศเองเช่นเครื่องใช้ไฟฟ้า อัญมณี และสินค้าอุปโภคบริโภค คาดว่าเงินหมื่นบาทเฟสแรก วงงเงิน 1.45 แสนล้านบาท จะเข้ามาหมุนเศรษฐกิจได้ 2-3 รอบ ทำให้มีเม็ดเงินสะพัดในระบบรวม 2.5-4.5 แสนล้านบาท จะผลักให้จีดีพีปีนี้โตเพิ่มอีก 0.2-0.3% ทำให้จีดีพีช่วงครึ่งปีเติบโต 3-3.5% โดยทั้งปีคาดว่าเศรษฐกิจไทยจะขยายตัวในอัตรา 2.6-2.8%”
นางอุมากมล สุนทรสุรัติ ผู้ช่วยผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า จากการสอบถามกลุ่มทั่วประเทศพบว่า คนส่วนใหญ่ 63.9% ไม่กินเจ และ 36.1% กินเจ โดยคนส่วนใหญ่ 66.5% มองว่าราคาอาหารเจปีนี้แพงขึ้น 33.4% มองว่าเท่าเดิม และ 0.1% มองว่าลดลง เมื่อถามถึงค่าใช้จ่ายโดยรวมปีนี้เทียบกับปีก่อนพบว่าคนส่วนใหญ่ 50.1 ซื้อของกินเจเท่าเดิม 26.7% ซื้อลดลง และ 23.2% ซื้อเพิ่มขึ้น
ส่วนมูลค่าโดยรวมที่ซื้อของกินเจปีนี้ ส่วนใหญ่ 47.0% เพิ่มขึ้น 34% เท่าเดิม และ 19% ลดลง ทั้งนี้ คนส่วนใหญ่ 69.3% มองว่าบบรยากาศกินเจปีนี้ไม่เปลี่ยนแปลงคึกคักเท่ากับปีก่อน ส่วน 16.9% มองว่าคึกคักมากขึ้น และ 13.8% มองว่าคึกคักน้อยลง
สำหรับแหล่งที่มาของเงินในการนำมาใช้จ่ายกินเจ 75.2% นำมาจากรายได้ประจำ 16.3% ดึงเงินออมมาใช้ 4.7% นำเงินช่วยเหลือจากภาครัฐกรณีเงินสด 1 หมื่นบาทออกมาใช้ 2.8% อื่นๆ และ 1% นำรายได้พิเศษออกมาใช้
นอกจากนี้ ยังสอบถามถึงทัศนะของผู้ประกอบการในช่วงเทศกาลกินเจ พบว่า 46.8% มองว่าประชาชนใช้จ่ายเท่าเดิมไม่เปลี่ยนแปลง 32.1% ใช้จ่ายลดลง เพราะเห็นว่าเศรษฐกิจไม่ดี มีหนี้สินมาก รายได้ลดลง และ 21.1% ใช้จ่ายเพิ่มขึ้น เพราะมีมาตรการแจกเงิน 1 หมื่นบาท ราคาสินค้าแพงขึ้น เป็นต้น