เมื่อวันที่ 13 พ.ย. เวลา 17.00 น. (เวลาท้องถิ่นเปรู) ณ ลิม่าคอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รมว.พาณิชย์ ให้สัมภาษณ์ภายหลังการหารือกับนายชอง อิน กโย รัฐมนตรีการค้า กระทรวงการค้า อุตสาหกรรมและพลังงานของเกาหลีใต้ ก่อนการเข้าร่วมประชุมรัฐมนตรีเอเปก และการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปก ครั้งที่ 35 ที่จัดขึ้นระหว่าง 14-16 พ.ย. ณ กรุงลิม่า สาธารณรัฐเปรู ว่า เป็นครั้งแรกที่ทั้งสองฝ่ายได้พบกันหลังจากที่ตนได้เข้ารับตำแหน่ง เบื้องต้นเห็นพ้องว่าไทยและเกาหลีใต้ ควรยกระดับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างกันให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น
โดยเดินหน้าเจรจาจัดทำความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจ ไทย-เกาหลีใต้ (Economic Partnership Agreement: EPA) มั่นใจว่าจะสามารถลงนามความตกลงได้ในการประชุมเอเปกครั้งหน้า ครั้งที่ 36 ที่เกาหลีเป็นเจ้าภาพในปี 2025 ซึ่งจะเป็นการต่อยอดการเปิดตลาดการค้าสินค้า การค้าบริการ และการลงทุนเพิ่มเติมจากความตกลงที่ไทยกับเกาหลีใต้เป็นภาคีร่วมกันอยู่แล้ว ได้แก่ ความตกลงการค้าเสรีอาเซียน – เกาหลีใต้ (AKFTA) และความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (RCEP)
รวมทั้งช่วยเพิ่มความร่วมมือในเรื่องใหม่ๆ ระหว่างกัน เช่น การค้าดิจิทัล และห่วงโซ่การผลิต เป็นต้น โดยไทยได้ขอให้ฝ่ายเกาหลีใต้พิจารณาเปิดตลาดสินค้าเกษตรที่มีคุณภาพและมาตรฐานสูงของไทย อาทิ สินค้ากลุ่มผลไม้เมืองร้อน เช่น มะม่วง มังคุด และสับปะรด กุ้งสดและแปรรูป เนื้อไก่สดและแปรรูป

นายพิชัย กล่าวว่า ได้เชิญชวนนักธุรกิจเกาหลีใต้เข้ามาลงทุนในไทย โดยเฉพาะอุตสาหกรรมเป้าหมายของไทย อาทิ อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าและแบตเตอรี่ อุตสาหกรรมเซมิคอนดัคเตอร์ การแพทย์และเทคโนโลยีชีวภาพ ดิจิทัล และอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ซึ่งล้วนเป็นอุตสาหกรรมที่เกาหลีใต้มีศักยภาพสูง เพื่อขยายการค้าการลงทุนสองฝ่ายให้เพิ่มมากขึ้น
รวมทั้งเตรียมรื้อฟื้นกลไกการประชุมคณะกรรมการร่วมทางการค้า หรือ JTC ระดับรัฐมนตรีที่ห่างหายไปกว่า 20 ปี เพื่อใช้เป็นเวทีหารือระดับนโยบายในการแสวงหาแนวทางการส่งเสริมการค้าและการลงทุน ตลอดจนแก้ไขปัญหาอุปสรรคการค้า การลงทุน และอำนวยความสะดวกทางการค้าระหว่างกัน โดยฝ่ายไทยพร้อมเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม JTC ในช่วงต้นปี 2568 นอกจากนี้ ไทยยังสนับสนุนการเป็นเจ้าภาพการประชุม APEC ของเกาหลีใต้ที่จะมีขึ้นในปี 2568 นี้ด้วย
สำหรับในปี 2566 เกาหลีใต้เป็นคู่ค้าอันดับ 12 ของไทย มีมูลค่าการค้าระหว่างกัน 14,744 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยไทยส่งออกไปเกาหลีใต้ 6,073 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สินค้าส่งออกสำคัญ อาทิ น้ำมันสำเร็จรูป ผลิตภัณฑ์ยาง น้ำตาลทราย แผงวงจรไฟฟ้า และผลิตภัณฑ์อลูมิเนียม และไทยนำเข้าจากเกาหลีใต้ 8,671 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สินค้านำเข้าสำคัญ อาทิ เหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ แผงวงจรไฟฟ้า เคมีภัณฑ์ และเครื่องจักรกลและส่วนประกอบ ทั้งนี้ ในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2567 (ม.ค. – ก.ย.) การค้าสองฝ่ายมีมูลค่ารวม 11,478 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เป็นการส่งออก 4,557 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และเป็นการนำเข้า 6,921 ล้านดอลลาร์สหรัฐ