เมื่อเวลา 11.00 น. (เวลาท้องถิ่นประเทศเปรู) วันที่ 14 พ.ย. 2567 ณ ศูนย์การประชุม Lima กรุงลิมา สาธารณรัฐเปรู นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รมว.พาณิชย์ ได้หารือกับนางเกลาเดีย ซันอูเอซา ริเบโรส รัฐมนตรีช่วยด้านความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศของสาธารณรัฐชิลี ในช่วงการประชุมรัฐมนตรีเอเปก
นายพิชัย กล่าวว่า ได้เน้นย้ำความพร้อมของไทยในการทำงานร่วมกับชิลีอย่างใกล้ชิด เพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ การค้า และการลงทุน ระหว่างกัน รวมทั้งได้หารือแนวทางกระชับความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างกันให้แน่นแฟ้นและครอบคลุมยิ่งขึ้น ซึ่งรวมถึงความร่วมมือที่มีมาอย่างยาวนานภายใต้ FTA ไทย-ชิลี ที่กำลังจะครบรอบ 10 ปี ในเดือนพ.ย. 2568
โดยทั้ง 2 ฝ่ายได้หารือเพื่อเร่งผลักดันกระบวนการแก้ไข FTA ไทย-ชิลี ในเรื่องการปรับปรุงหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า หรือ ใบCO และการปรับโอนพิกัดศุลกากรของกฎเฉพาะรายสินค้าให้เป็นเวอร์ชั่นปัจจุบัน เพื่อให้มีผลบังคับใช้โดยเร็ว ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการอำนวยความสะดวกทางการค้าและการปรับตัวเข้ากับบริบททางการค้าในปัจจุบันและอนาคต สำหรับผู้ประกอบการของทั้ง 2 ฝ่าย

“ไทยและชิลี เห็นพ้องที่จะมีการประชุมคณะกรรมาธิการการค้าเสรีไทย-ชิลี ครั้งที่ 5 ในเดือนธ.ค. 2567 ที่ไทยจะเป็นเจ้าภาพ ซึ่งเป็นการประชุมในระดับเจ้าหน้าที่อาวุโส โดยการประชุมดังกล่าวจะเป็นโอกาสสำคัญที่ไทยและชิลีจะได้ติดตามความคืบหน้าการดำเนินการภายใต้ FTA ไทย-ชิลี ในภาพรวมให้มีประสิทธิภาพ รวมถึงประเด็นการแก้ไขความตกลงข้างต้น และหารือแนวทางพัฒนาความร่วมมือระหว่างไทยและชิลีอย่างรอบด้าน เพื่อขยายโอกาสทางการค้าและการลงทุนระหว่างกันให้มากขึ้น”
ทั้งนี้ การประชุมร่วมกันดังกล่าวเพื่อต้องการผลักดันการใช้ประโยชน์จาก FTA ในกรอบต่างๆ ที่ไทยเป็นภาคีอย่างเต็มที่ ตามนโยบายรมว.พาณิชย์ ในการสร้างแต้มต่อให้กับภาคเอกชนไทยในการเข้าสู่ตลาดของประเทศคู่ภาคีต่างๆ ที่ไทยจัดทำ FTA ด้วย รวมไปถึงการเสริมสร้างโอกาสสำหรับความร่วมมือในการพัฒนาเศรษฐกิจ และเพิ่มบทบาทไทยในเวทีระหว่างประเทศ
ปัจจุบัน ชิลีเป็นคู่ค้าอันดับที่ 44 ของไทย และเป็นคู่ค้าอันดับ 3 ของไทยในภูมิภาคลาตินอเมริกา รองจากบราซิล และอาร์เจนตินา โดยในปี 2567 (ม.ค.-ก.ย.) ไทยและชิลี มีมูลค่าการค้ารวม 874.80 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลงจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2566 หรือคิดเป็น 3.59% โดยเป็นการส่งออก 351.98 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งสินค้าส่งออกสำคัญของไทยไปชิลี เช่น รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป และเครื่องซักผ้าและเครื่องซักแห้งและส่วนประกอบ ทั้งนี้ การนำเข้าของไทยจากชิลีมีมูลค่า 522.82 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยมีสินค้าสำคัญ เช่น สินแร่โลหะ เศษโลหะและผลิตภัณฑ์ เยื่อกระดาษและเศษกระดาษ และสัตว์น้ำสด แช่เย็น แช่แข็ง เป็นต้น

สำหรับการใช้สิทธิประโยชน์ภายใต้ความตกลงการค้าเสรีไทย-ชิลี (TCFTA) ในปี 2567 (ม.ค.-ก.ค.) มีสัดส่วนการส่งออกที่ใช้สิทธิประโยชน์ฯ ต่อมูลค่าการส่งออกสินค้าที่ได้รับประโยชน์ฯ มากเป็นอันดับ 2 จากความตกลงการค้าเสรีของไทยกับประเทศคู่ค้าทั้งหมด ที่ 97.06% ซึ่งสินค้าส่งออกของไทยที่ได้รับประโยชน์ลำดับต้นๆ อาทิ รถยนต์และยานยนต์อื่นๆ (ที่มีเครื่องดีเซล หรือกึ่งดีเซล) ปลาทูน่า ปลาสคิปแจ็ก และปลาโบนิโต (ชนิดซาร์ดา)
ทั้งนี้ มีสัดส่วนการนำเข้าที่ใช้สิทธิประโยชน์ฯ ต่อมูลค่าการนำเข้าสินค้าที่ได้รับประโยชน์ฯ มากเป็นอันดับ 2 เช่นกัน ที่ 78.56% โดยสินค้านำเข้าจากชิลีที่ได้รับประโยชน์ลำดับต้นๆ เช่น เชอร์รี่อื่นๆ ไวน์อื่นๆ ที่ทำจากองุ่นสด และไขมันและน้ำมันของปลา เป็นต้น