นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยหลังเป็นประธานเปิดโครงการชะลอการขายยาง ปีงบประมาณ 2568 ว่า โครงการชะลอยาง ถือเป็นอีกหนึ่งมาตรการที่ช่วยควบคุมปริมาณผลผลิตยางพาราที่เข้าสู่ตลาดให้เหมาะสมกับการใช้ยาง เพื่อลดความผันผวนด้านราคา ทำให้ราคายางพารามีเสถียรภาพ เป็นการช่วยเหลือและเสริมสภาพคล่องให้กับสถาบันเกษตรกรชาวสวนยางในระหว่างรอการขายผลผลิต
ให้สามารถขายผลผลิตยางของตัวเองในช่วงที่ราคาอยู่ในระดับที่เหมาะสมและพอใจ ไม่จำเป็นต้องรีบจำหน่ายผลผลิต เป็นการเพิ่มขีดความสามารถในการประกอบอาชีพ ยกระดับรายได้และคุณภาพชีวิตของเกษตรกรชาวสวนยางได้ ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายสำคัญของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ‘เกษตรกรต้องอยู่ดี สินค้าเกษตรมูลค่าสูง ทรัพยากรเกษตรยั่งยืน’ โดยมุ่งเน้นการยกระดับศักยภาพของเกษตรกร สถาบันเกษตรชาวสวนยางให้มีความเข้มแข็ง

“การ Kick Off โครงการชะลอการขายยาง ประจำปี 2568 ในครั้งนี้ เป็นการเผยแพร่กิจกรรมที่ กยท. ได้ดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรม สร้างการรับรู้และความเข้าใจให้เกษตรกรชาวสวนยาง และสถาบันเกษตรกรชาวสวนยาง ให้สนใจสมัครเข้าร่วมโครงการฯ เพิ่มมากขึ้น เกิดการส่งเสริมและสนับสนุนให้เกิดการมีส่วนร่วมในการจัดการผลผลิตยาง เพื่อการสร้างเสถียรภาพด้านราคาในระบบตลาดได้อย่างยั่งยืน”
นายสุขทัศน์ ต่างวิริยกุล รักษาการแทนผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) กล่าวว่า ปีงบฯ 2568 นี้ กยท. เดินหน้าสานต่อโครงการชะลอการขายยาง โดยคณะกรรมการ กยท. ได้อนุมัติงบประมาณดำเนินโครงการฯ แล้ว เป็นจำนวน 800 ล้านบาท และหากสถาบันเกษตรกรชาวสวนยางให้ความสนใจโครงการดังกล่าวเป็นจำนวนมาก คณะกรรมการ กยท. พร้อมขยายวงเงินงบประมาณ เพื่อให้ กยท. ทุกแห่งทั่วประเทศใช้ดำเนินโครงการฯ ได้อย่างเต็มรูปแบบ
ทั้งนี้ กยท. ขับเคลื่อนโครงการฯ มาตั้งแต่ปีงบประมาณ 2564 โดยนำร่องในพื้นที่ภาคเหนือ ได้รับความพึงพอใจจากเกษตรกรชาวสวนยางเป็นอย่างมาก นำไปสู่การขยายผลการดำเนินงานโครงการฯ ในพื้นที่อื่น ซึ่งผลการดำเนินงานตั้งแต่ปีงบฯ 2564 – 2567 สร้างมูลค่าส่วนต่างราคายางเพิ่มขึ้น 5.43 บาท/กก. คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 441.16 ล้านบาท ซึ่งในปีงบฯ 2567 สามารถสร้างส่วนต่างขึ้นไปได้สูงถึง 6.10 บาท/ก.ก.