การประชุมเอเปกประจำปี 2024 ถูกจัดขึ้นที่ศูนย์การประชุมลิมา คอนเวนชั่น เซ็นเตอร์ (Lima Convention Center : LCC) กรุงลิมา สาธารณรัฐเปรู ระหว่างวันที่ 10-16 พ.ย. 2024 ถือเป็นเวทีสำคัญที่ผู้นำจาก 21 เขตเศรษฐกิจสำคัญของโลกคือ ไทย ออสเตรเลีย บรูไนดารุสซาลาม แคนาดา ชิลี จีน จีนฮ่องกง อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ มาเลเซีย เม็กซิโก นิวซีแลนด์ ปาปัวนิวกินี เปรู ฟิลิปปินส์ รัสเซีย สิงคโปร์ จีนไทเป สหรัฐอเมริกา และเวียดนาม


ศูนย์การประชุมลิมา คอนเวนชั่น เซ็นเตอร์
ได้มาหารือและแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นเพื่อเร่งลดอุปสรรคและอำนวยความสะดวกทางการค้าด้านสินค้า บริการ และการลงทุนระหว่างสมาชิก รวมถึงการแลกเปลี่ยนเกี่ยวกับความท้าทายประเด็นทางการค้าใหม่ๆ

พิชัยนำทีมพาณิชย์ร่วมประชุมเอเปก
ปี 2024 สาธารณรัฐเปรูเจ้าภาพจัดงานขึ้นภายใต้ธีม “Empower, Include, Grow” หรือ “เสริมสร้าง ครอบคลุม เติบโต” เน้นหารือ 3 ด้านคือ 1.การค้าและการลงทุนสำหรับการเจริญเติบโตที่ครอบคลุมและเชื่อมโยงกัน โดยเน้นการเปิดเสรีการค้า
2.นวัตกรรมและดิจิทัลเพื่อส่งเสริมการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจในระบบและเศรษฐกิจโลก การพัฒนาศักยภาพวิสาหกิจขนาดกลาง ขนาดย่อม และรายย่อย (MSMEs) ในพื้นที่ชนบทของเอเปก
และ 3.การเติบโตอย่างยั่งยืนเพื่อการพัฒนาที่ยืดหยุ่น เน้นการเปลี่ยนผ่านทางพลังงาน ความมั่นคงทางอาหารและความยั่งยืนทางการเงิน
นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รมว.พาณิชย์ ในฐานะรับผิดชอบงานด้านการค้าระหว่างประเทศของไทย พร้อมด้วย นายวรวงศ์ รามางกูร ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์ นายคุณากร ปรีชาชนะชัย ที่ปรึกษา รมว.พาณิชย์ นายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ และ น.ส.โชติมา เอี่ยมสวัสดิกุล อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ ได้เดินทางเข้าร่วมประชุมในเวทีการประชุมรัฐมนตรีเอเปก APEC Ministerial Meeting (AMM) เมื่อวันที่ 14 พ.ย.2567 ที่ผ่านมา

ร่วมประชุม AMM
• โชว์วิชั่นเวที รมต.การค้าเอเปก
นายพิชัยระบุว่า ในระหว่างการประชุม AMM ตนได้กล่าวถ้อยแถลงเรียกร้องให้องค์การการค้าโลก หรือ (WTO) เข้ามามีบทบาทร่วมกับองค์การระหว่างประเทศในการสนับสนุนระบบการค้าพหุภาคี เพื่อการเจริญเติบโตที่ครอบคลุม เชื่อมโยงกัน ผ่านการออกมาตรการทางการค้าที่เหมาะสมโดยไม่สร้างอุปสรรคทางการค้า และเร่งรัดการจัดทำเขตการค้าเสรีเอเชีย-แปซิฟิก (Free Trade Area of the Asia-Pacific : FTAAP) เพื่อลดช่องว่างทางเศรษฐกิจ เพื่อกระตุ้นการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจฐานรากที่ครอบคลุม เชื่อมโยงกัน และยั่งยืน

น.ส.โชติมา เอี่ยมสวัสดิกุล อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ
น.ส.โชติมาเผยว่า ในการประชุมครั้งนี้การจัดทำ FTAAP มีความก้าวหน้าไปมาก โดยผู้นำเอเปกได้ให้การรับรองร่างถ้อยแถลงอิชมาว่าด้วยมุมมองใหม่ในการขับเคลื่อน FTAAP ซึ่งแสดงความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนวาระงาน FTAAP โดยเน้นความร่วมมือในประเด็นใหม่ ดิจิทัล ความยั่งยืน และความครอบคลุม เป็นต้น เพื่อรับมือกับความท้าทายในปัจจุบัน
ในการประชุมวันที่ 15 พ.ย. นายกรัฐมนตรี น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ยังได้มอบหมายให้นายพิชัยเป็นผู้แทนเข้าร่วมหารือกับผู้นำแขกรับเชิญพิเศษที่ไม่ได้เป็นสมาชิกในเอเปกเข้าร่วมประชุม โดยมีผู้นำประเทศที่สำคัญเข้าร่วมด้วย อาทิ นายโจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา นายจัสติน ทรูโด นายกรัฐมนตรีแคนาดา สมเด็จพระราชาธิบดีสุลต่านฮัสซานัล โบลเกียห์ นายกรัฐมนตรีบรูไน อันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย เป็นต้น
นอกรอบการประชุมเอเปก นายพิชัยยังได้หารือทวิภาคีกับคู่ค้าสำคัญ 7 ประเทศคือ ออสเตรเลีย สหรัฐอเมริกา แคนาดา ชิลี ญี่ปุ่น ฮ่องกง และเกาหลีใต้ เพื่อเร่งขยายการค้าและการลงทุน 2 ฝ่าย
เริ่มจากออสเตรเลีย ได้หารือกับ น.ส.จูลี่ คอลลินส์ รัฐมนตรีด้านเกษตร ประมง และป่าไม้ และรัฐมนตรีด้านธุรกิจขนาดเล็กของออสเตรเลีย โดยได้ตกลงที่จะจัดประชุมคณะกรรมาธิการร่วม FTA ไทย-ออสเตรเลียในปีหน้า เพื่อติดตามการดำเนินการด้านการค้าสินค้า การค้าบริการ และการลงทุนระหว่างกัน และคาดว่าในปี 2568 การค้าไทย-ออสเตรเลียมีโอกาสพุ่งสูงขึ้น เนื่องจากจะไม่มีการเก็บภาษีนำเข้าของทั้ง 2 ฝ่ายแล้ว รวมทั้งขอให้ออสเตรเลียผ่อนผันการใช้มาตรการลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากรถยนต์ที่นำเข้าจากไทย เพื่อให้อุตสาหกรรมผลิตรถยนต์ไทยมีเวลาปรับตัว และไม่กระทบต่อการส่งออกของไทย
• สหรัฐรับปากต่ออายุจีเอสพี
ตามมาด้วยการหารือร่วมกับสหรัฐอเมริกาโดยนางแคทเธอรีน ไท ผู้แทนการค้าสหรัฐ นายพิชัยระบุว่า ฝ่ายไทยได้ล็อบบี้ขอให้สหรัฐต่ออายุ GSP ซึ่งสิ้นสุดไปเมื่อปี 2563 ซึ่งสหรัฐรับปาก และยังขอให้ปลดไทยออกจากบัญชีประเทศที่ต้องจับตามอง (Watch List) ด้านทรัพย์สินทางปัญญาด้วย ซึ่งสหรัฐก็รับปากเช่นกัน นอกจากนี้ ยังขอให้สหรัฐสนับสนุนให้ไทยเป็นฐานการผลิตในห่วงโซ่อุปทานอุตสาหกรรมสมัยใหม่ของสหรัฐ เช่น อุตสาหกรรม ดิจิทัล, AI อิเล็กทรอนิกส์ เซมิคอนดักเตอร์ด้วย

ร่วมประชุมผู้นำแขกรับเชิญพิเศษของเอเปก
สำหรับฮ่องกงได้หารือกับนายแอลเจอร์นอน เยา รมว.พาณิชย์ฮ่องกง ผลักดันบทบาทไทยในฐานะครัวโลกเพื่อสำรองอาหารให้กับฮ่องกง รวมถึงส่งเสริมสินค้าและบริการผ่าน Soft Power โดยเฉพาะการจัดคอนเสิร์ตศิลปินไทยในฮ่องกง อาทิ LISA และ Thai Pop Concert ในปลายปีนี้ และชวน SMEs ฮ่องกงเข้ามาลงทุนในอุตสาหกรรมดิจิทัล อาทิ อีคอมเมิร์ซ โรบอต พีซีบี และเอไอ โดยไทยเตรียมหามาตรการจูงใจด้วยการยกเว้นภาษีเงินได้

ทวิภาคีกับผู้แทนการค้าสหรัฐ
การหารือทวิภาคีกับแคนาดา ได้พบกับ น.ส.แมรี่ อิง รมว.กระทรวงการส่งเสริมการส่งออก การค้าระหว่างประเทศ และการพัฒนาเศรษฐกิจของแคนาดา โดยในเดือน พ.ค.2568 แคนาดาเตรียมพานักลงทุนเข้ามาดูลู่ทางลงทุนอุตสาหกรรม พลังงานสะอาด ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ยานยนต์ การบิน การเงิน และอิเล็กทรอนิกส์ในไทย

ทวิภาคีกับรมต.ชิลี
ขณะที่การหารือทวิภาคีกับนางเกลาเดีย ซันอูเอซา ริเบโรส รมช.ด้านความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศของสาธารณรัฐชิลี เน้นการอัพเกรดความตกลง FTA ไทย-ชิลี ให้ครอบคลุมสินค้าและบริการมากขึ้น และยังเห็นพ้องให้มีการประชุมคณะกรรมาธิการการค้าเสรีไทย-ชิลี ครั้งที่ 5 ในเดือน ธ.ค.2567
• เล็งลงนาม EPA เกาหลีปีหน้า
ด้านทวิภาคีเกาหลีใต้ได้หารือกับนายชอง อิน กโย รมว.การค้า กระทรวงการค้า อุตสาหกรรมและพลังงานของเกาหลีใต้นั้น 2 ฝ่ายเห็นพ้องให้เร่งรัดการจัดทำความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจไทย-เกาหลีใต้ (Economic Partnership Agreement : EPA) ให้สามารถลงนามความตกลงได้ในการประชุมเอเปกครั้งหน้าที่เกาหลีเป็นเจ้าภาพในปี 2025 และไทยยังขอให้เปิดตลาดมะม่วง มังคุด และสับปะรด กุ้งสดและแปรรูป เนื้อไก่สดและแปรรูปให้กับไทย และยังชวนเกาหลีใต้เข้ามาลงทุนในอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าและแบตเตอรี่ อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ การแพทย์และเทคโนโลยีชีวภาพ ดิจิทัล และอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมที่เกาหลีใต้มีศักยภาพสูงด้วย

ทวิภาคีกับรมต.ญี่ปุ่น
ทวิภาคีกับญี่ปุ่น ได้หารือกับนายมูโตะ โยจิ รมว.เศรษฐกิจ การค้า และอุตสาหกรรม ประเทศญี่ปุ่น โดยได้ชวนนักลงทุนญี่ปุ่นเข้ามาลงทุนในไทยเพิ่มในกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ ทั้งสันดาปและยานยนต์ยุคใหม่ เพื่อให้ไทยเป็นศูนย์กลางของการผลิต และเชิญมาลงทุนในอุตสาหกรรม PCB และ AI Data center ด้วย

หารือผู้บริหารgoogle
นอกจากหารือกับรัฐบาลคู่ค้าแล้ว นายพิชัยยังได้หารือกับนายวิลสัน ไวท์ (Wilson White) ผู้แทน บริษัท Google และ แอนเดรีย อัลไบรท์ รองประธานบริหารฝ่ายจัดหาสินค้า วอลมาร์ท Walmart บริษัทค้าปลีกขนาดใหญ่ ตามที่ น.ส.แพทองธาร นายกฯ มอบหมาย โดยชักชวนให้ Google เข้ามาลงทุนในไทยเพิ่มเติม ซึ่งก็มีสัญญาณที่ดีที่ Google จะมาลงทุนเพิ่ม ส่วน Walmart ที่มีสาขาทั่วโลกกว่าหมื่นสาขานั้นก็แสดงความสนใจที่จะซื้อสินค้าไทยไปวางขายมากขึ้น แต่ต้องการให้สินค้าไทยมีการตรวจสอบคุณภาพ Carbon-Free เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

หารือผู้บริหารวอลมาร์ท
ความพยายามของกระทรวงพาณิชย์ในการผลักดันการจัดตั้ง FTAAP และการเดินหน้าเต็มสปีดเปิดเวทีเจรจาทวิภาคีกับคู่ค้าสำคัญในเอเปกรวดเดียว 7 ประเทศ บนเวทีคู่ขนานกับการประชุมเอเปกในครั้งนี้ อาจเป็นหนทางที่ช่วยบรรเทาผลกระทบด้านการค้าการลงทุนให้กับประเทศไทยได้ในระดับหนึ่ง
ในภาวะที่สงครามการค้าโลกในอนาคตมีแนวโน้มจะรุนแรงมากขึ้น หลังจากที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ นั่งเป็นผู้นำคนใหม่ของสหรัฐอเมริกา
มยุรี นวมมี