บีโอไอไฟเขียว Foxsemicon ยักษ์ไต้หวันลงทุนหมื่นล้าน ตั้งฐานผลิตอุปกรณ์เซมิคอนดักเตอร์ต้นน้ำ
นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่าที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงแห่งชาติ โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ได้อนุมัติคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนโครงการผลิตอุปกรณ์และโมดูลสำหรับเครื่องจักรผลิตเซมิคอนดักเตอร์ต้นน้ำของบริษัท ยูนิค อินทิเกรตเต็ด เทคโนโลยี จำกัด มูลค่าเงินลงทุนเฟสแรก 10,500 ล้านบาท ในกลุ่ม Foxsemicon Integrated Technology Inc. (FITI) ซึ่งอยู่ในเครือของฟ็อกซ์คอนน์ (Foxconn)
โดย Foxsemicon ได้ยื่นขอรับการส่งเสริมตั้งโรงงาน 2 แห่งที่นิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ชลบุรี และนิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ระยองเป็นโรงงานแห่งที่ 4 ในโลกของกลุ่ม Foxsemicon จาหก่อนหน้านี้มีโรงงานอยู่ที่สาธารณรัฐประชาชนจีน ไต้หวัน และสหรัฐ โดยโรงงานในประเทศไทยจะมีการจ้างงานบุคลากรไทยกว่า 1,400 คน เพื่อผลิตอุปกรณ์และโมดูลที่มีความแม่นยำสูงสำหรับเครื่องจักรสำคัญที่ใช้ในการผลิตเซมิคอนดักเตอร์ต้นน้ำ (Wafer Fabrication) คาดว่าจะสร้างมูลค่าส่งออกกว่า 6,000 ล้านบาทต่อปี
สำหรับระยะเริ่มต้นจะมีการใช้วัตถุดิบในประเทศในสัดส่วนกว่า 25% ของมูลค่าวัตถุดิบทั้งสิ้น โดยจะเพิ่มมากขึ้นในระยะต่อไปการตัดสินใจลงทุนของบริษัท Foxsemicon ครั้งนี้ นับเป็นโครงการขนาดใหญ่ที่ผลิตอุปกรณ์ขั้นสูงสำหรับเครื่องจักรเซมิคอนดักเตอร์ต้นน้ำ เป็นครั้งแรกในประเทศไทย ตอกย้ำถึงศักยภาพของไทยในการเป็นฐานการผลิตอุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงอย่างเซมิคอนดักเตอร์
โดยก่อนหน้านี้มีบริษัทชั้นนำในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์เริ่มเข้ามาลงทุนในไทย ทั้งการออกแบบวงจรรวม (IC Design) การทดสอบ Wafer และ IC โดยบริษัท Analog Devices และการผลิตชิปต้นน้ำโดยบริษัท Hana เชื่อมั่นว่าจากนี้ไป จะมีการลงทุนในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์เพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะหลังจากที่รัฐบาลได้ตั้งบอร์ดเซมิคอนดักเตอร์แห่งชาติ ซึ่งจะมีการกำหนดโรดแมป เป้าหมายที่ชัดเจนในแต่ละระยะ และมาตรการขับเคลื่อนในทุกมิติ รวมทั้งการพัฒนาบุคลากร
นอกจากนี้ ยังมีการปรับปรุงระบบนิเวศที่เกี่ยวข้อง เพื่อยกระดับประเทศไทยให้เป็นฐานรองรับการลงทุนเซมิคอนดักเตอร์ ซึ่งจะเป็นหัวใจสำคัญในการพัฒนาต่อยอดอุตสาหกรรมหลักอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นยานยนต์ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ ดิจิทัล โทรคมนาคม ระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์ หรืออุปกรณ์การแพทย์ในอนาคต