AWC อัดงบ 1,400 ล้านบาท ผุด “จูราสสิค เวิลด์” ที่เอเชียทีค ตั้งเป้าเปิดตัวไตรมาส 2 ปีหน้า
นางวัลลภา ไตรโสรัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.แอสเสท เวิรด์ คอร์ป (AWC) เปิดเผยว่าอัตราการเข้าพัก (OCC) โรงแรมในเครือ AWC เริ่มมีสัญญานที่ดี โดยเดือนพ.ย. OCC เพิ่มขึ้น 3 เท่า เมื่อเทียบเดือนเดียวกันปีก่อน และเดือนธ.ค.ยังคงเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ทำให้ปิดปี 2567 คาดว่า OCC จะเกิน 70% เพิ่มจากปีก่อนซึ่งอยู่ที่กว่า 60% โดยกระจายในหลายหลายสัญชาติตั้งแต่จีน,ออสเตรเลีย,อเมริกา,อินเดีย,ญี่ปุ่น,เกาหลีและฮ่องกง ซึ่งปีนี้ถือว่านักท่องเที่ยวคุณภาพเข้ามาท่องเที่ยวในไทยจำนวนมาก ทำให้รายได้ห้องพักเฉลี่ยต่อวัน (ADR) สูงขึ้นตาม
ล่าสุด AWC ยังได้ร่วมกับ NEON ผู้นำระดับโลกในการสร้างสรรค์เครื่องเล่นและความบันเทิงแบบประสบการณ์จริง (อิมเมอร์ซีฟ) เพื่อเตรียมเปิดตัว จูราสสิคเวิลด์ เดอะ เอ็กซ์พีเรียน (Jurassic World: The Experience) ประสบการณ์ความบันเทิง (ธีมพาร์ค) ที่ใหญ่ที่สุดในโลก และเป็นครั้งแรกที่อยู่นอกสวนสนุก ซึ่งจะเป็นจุดหมายปลายทางของการท่องเที่ยวระดับโลกแห่งใหม่ของไทย โดยใช้งบลงทุน 1,400 ล้านบาท บนพื้นที่รวมกว่า 6,000 ตร.ม. ซึ่งเป็นธีมพาร์คผจญภัย แนววิทยาศาสตร์ที่ผสานเข้ากับความบันเทิงที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากภาพยนตร์ชื่อดัง ‘จูราสสิค เวิลด์’ จาก ยูนิเวอร์แซลพิกเจอร์ และ อัมบลิน เอนเตอร์เทนเม้นท์ ที่ได้รับความนิยมไปทั่วโลกและมีฐานแฟนคลับทุกเพศทุกวัยในทั่วโลก
ซึ่งแตกต่างจากสวนสนุกทั่วไป โดยนักท่องเที่ยวได้สัมผัสประสบการณ์แบบอิมเมอร์ซีฟและเครื่องเล่นระดับโลก แวดล้อมไปด้วยไดโนเสาร์แอนิมาทรอนิกส์เสมือนจริง พร้อมบรรยากาศเกาะ Isla Nublar ที่เต็มไปด้วยความลึกลับน่าตื่นเต้น ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากฉากในภาพยนตร์ เหมาะสำหรับทุกคนในครอบครัว
โดยมีกำหนดเปิดตัวที่โครงการ เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ เดสติเนชั่น ในไตรมาส 2 ปี 2568 นอกจากนี้ยังเตรียมแผนขยายอีก 3 เฟส มูลค่าการลงทุนรวม 10,000 ล้านบาท ที่ต่อเนื่องกับ จูราสสิค เวิลด์ บนพื้นที่โครงการเอเชียทีค ซึ่งมีทั้งที่ดินริมแม่น้ำเจ้าพระยา และที่ดินฝั่งถนนเจริญกรุง โดยหนึ่งในนั้นจะเป็นโรงแรมธีมพาร์คแห่งแรกในกรุงเทพฯ ซึ่งทั้งหมดนี้อยู่ในแผน 5 ปี ที่บริษัทได้ประกาศไปก่อนหน้านี้ พร้อมตั้งเป้าหมายที่เพิ่มจำนวนผู้มาจับจ่าย (ทราฟฟิก) ในโครงการ เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ เดสติเนชั่นมากกว่า 10-20% จากช่วงก่อนเกิดโควิดที่มีทราฟฟิกสำหรับวันจันทร์-ศุกร์ ที่ 30,000 คน และ วันหยุดเสาร์-อาทิตย์ ที่ 50,000 คน เช่นเดียวกับการเปิดธีมพาร์คในประเทศอื่นๆ อย่าง อวตาร และแฮรี่พอร์ตเตอร์ ที่สิงคโปร์ ซึ่งสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เข้ามาจับจ่ายเพิ่มขึ้น