ไทยไม่รอด ! สหรัฐขึ้นภาษีนำเข้าอลูมิเนียมอีก 15% มีผล 12 มี.ค.นี้ ฉุดส่งออก 1.6 หมื่นล้าน –กรมการค้าต่างประเทศ ชงข้อมูลให้คณะทำงานนโยบายการค้าสหรัฐ กำหนดท่าทีเจรจาต่อรอง
รายงานข่าวจากกรมการค้าต่างประเทศ (คต.) กระทรวงพาณิชย์ แจ้งว่าเมื่อเร็วๆ นี้ ประธานาธิบดี โดนัล ทรัมป์ ได้ลงนามประกาศขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าเหล็ก และอลูมิเนียมจากทุกประเทศ (Global Tariff) ภายใต้มาตรา 232 (กฎหมาย Trade Expansion Act 1962) โดยใช้เหตุผลด้านความมั่นคงของประเทศ (National Security) โดยได้ประกาศปรับขึ้นอัตราภาษีนำเข้าสินค้าอลูมิเนียมและผลิตภัณฑ์อลูมิเนียมจากไทยและประเทศอื่นๆ จากอัตราเดิม10% เป็น 25% โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 12 มี.ค. 2568 เป็นต้นไป
ส่วนภาษีนำเข้าสินค้าเหล็กและผลิตภัณฑ์เหล็กจากประเทศไทย สหรัฐฯยังไม่มีการปรับเพิ่มขึ้นจากไทย โดยยังคงจัดเก็บในอัตราเดิมที่ 25% แต่มีการขยายการเก็บภาษีนำเข้าให้ครอบคลุมทุกประเทศจากเดิมเก็บเฉพาะบางประเทศเท่านั้น โดยให้มีผลตั้งแต่ตั้งแต่วันที่ 12 มี.ค. 2568 เช่นกัน
รายงานข่าวแจ้งว่าเบื้องต้นกรมการค้าต่างประเทศได้หารือร่วมกับผู้ประกอบการผลิตอลูมิเนียมและผลิตภัณฑ์อลูมิเนียมอย่างใกล้ชิดถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นแล้ว รวมถึงแนวทางในการแก้ไขปัญหา โดยได้สรุปข้อมูลการหารือนำเสนอให้คณะทำงานนโยบายการค้าสหรัฐที่ มีนายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ นั่งเป็นประธานคณะทำงานแล้ว
“คณะทำงานฯจะนำข้อมูลดังกล่าวไปศึกษาวิเคราะห์ ประสานงานกับภาครัฐที่เกี่ยวข้อง เพื่อจัดทำแนวทางในการเจรจาแก้ไขปัญหาและข้อเสนอแนะ พร้อมทั้งเตรียมท่าทีในการเจรจาต่อรองให้แก่รัฐบาลไทยต่อไป รวมทั้งการประสานงานกับภาคเอกชนเพื่อให้ดำเนินตามนโยบายและมาตรการของรัฐบาล”
รายงานข่าวแจ้งว่าการขึ้นภาษีนำเข้าอลูมิเนียมจากไทยจะส่งผลกระทบต่อผู้ผลิตไทยเป็นอย่างมาก เนื่องจากปัจจุบัน สหรัฐฯ เป็นตลาดส่งออกอันดับ 2 ของไทยหรือมีสัดส่วนราว 15% ของการส่งออกอลูมิเนียมทั้งหมด โดยในปี2567 ที่ผ่านมาไทยส่งออกผลิตภัณฑ์อลูมิเนียมไปยังสหรัฐฯ คิดเป็นมูลค่า ทั้งสิ้น16,998 ล้านบาท ขยายตัวเพิ่มขึ้น 65.53 % ส่วนการส่งออกในช่วงเดือนแรกปี 2568 คือ ม.ค. ส่งออกได้รวมมูลค่า 1,423 ล้านบาท ขยายตัวเพิ่มขึ้น 85.67% โดยสินค้าที่ไทยส่งออกสำคัญ ได้แก่ ฟอยล์อลูมิเนียม และอลูมิเนียมแผ่นบาง