น.ส.เรือนแก้ว เกษมสวัสดิ์ศรี ผู้บริหารสูงสุด สายงานสินเชื่อรถยนต์ “เคทีซี” หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ในปีนี้ตั้งเป้าหมายยอดสินเชื่อใหม่ที่ 3,000 ล้านบาท โดยมุ่งขยายพอร์ตสินเชื่อด้วยการรุกเข้าถึงพนักงานประจำ และเจ้าของกิจการขนาดเล็กที่มีรถยนต์ หรือรถจักรยานยนต์ที่ต้องการเงินทุน เพื่อต่อยอดธุรกิจ ทำอาชีพเสริมและเพิ่มสภาพคล่อง ทำให้ล่าสุดได้ร่วมกับบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด เพิ่มช่องทางให้สามารถเข้าถึงแหล่งสินเชื่อจำนำทะเบียนรถได้สะดวก และรวดเร็วขึ้น
“ในปีนี้สภาพเศรษฐกิจโดยรวมยังมีการชะลอตัวต่อเนื่องจากปีก่อนหน้า ซึ่งอาจส่งผลให้การปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงินต่างๆ ต้องพิจารณาจากหลายปัจจัย ซึ่งเคทีซี พี่เบิ้ม รถแลกเงิน เป็นทางเลือกสำหรับผู้ต้องการการสินเชื่อได้ง่าย สะดวกและปลอดภัย ซึ่งการร่วมมือกับไปรษณีย์ไทยในครั้งนี้ ทำให้เข้าหากลุ่มลูกค้าเป้าหมาย เพราะไปรษณีย์ไทยมีเครือข่ายที่ครอบคลุม และเป็นสถานที่คุ้นเคยและใช้บริการอยู่เป็นประจำ โดยเฉพาะพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์“
ทั้งนี้จะเริ่มนำร่องให้สินเชื่อที่ทำการไปรษณีย์ไทย 45 แห่ง ใน 5 จังหวัด ได้แก่ นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ สมุทรสาคร และนครปฐม เป็นเวลา 3 เดือน ตั้งเป้ายอดสินเชื่อไว้ 1 ล้านบาทต่อแห่ง จากนั้นจะดูผลตอบรับเพื่อขยายไปยังพื้นที่อื่นๆ ทั่วประเทศ สำหรับจุดเด่นผู้ขอสินเชื่อจะได้รับวงเงินใหญ่สูงสุด 100% ของราคาประเมิน สูงสุดที่ 1 ล้านบาท อนุมัติภายใน 1 ชั่วโมง รับเงินทันที โดยไม่ต้องมีคนค้ำประกัน
ส่วนในปีที่ผ่านมาถึงปัจจุบันเคทีซี พี่เบิ้ม รถแลกเงินยังมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง ด้วยการใช้กลยุทธ์ที่เน้นการเติบโตในเชิงคุณภาพ ตั้งแต่การคัดกรองสมาชิกเข้าพอร์ต และการบริหารจัดการพอร์ตลูกหนี้ตลอดวงจรของการเป็นสมาชิกกับเคทีซี ซึ่งไม่ใช่การเพิ่มภาระหนี้ครัวเรือน เพราะกลยุทธ์การทำธุรกิจเคทีซี พี่เบิ้ม รถแลกเงินเป็นการสร้างหนี้คุณภาพ ซึ่งปัจจุบันหนี้เสีย หรือ เอ็นพีแอล อยู่ในระดับต่ำ
น.ส.วราภรณ์ ข้องเกี่ยวพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานกลยุทธ์และขับเคลื่อนองค์กร บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด กล่าวว่า ปัจจุบันไปรษณีย์มีที่ทำการอยู่ 50,000 แห่งทั่วประเทศ มีเจ้าหน้าที่ไปรษณีย์ 25,000 คน สำหรับการร่วมมือกับเคทีซีจะมีการอบรมจากเคทีซี เพื่อทำความเข้าใจในกระบวนการและเงื่อนไขในการขอสินเชื่อ โดยเห็นว่าไปรษณีย์มีเครือข่ายครอบคลุมทุกพื้นที่ทั่วประเทศ จึงเป็นช่องทางสำคัญในการเข้าถึงประชาชนที่มีความสนใจในการสมัครสินเชื่อที่ยังไม่เคยเข้าถึงบริการทางการเงิน และกลุ่มที่อาจไม่ได้รับการดูแลทางการเงินอย่างเพียงพอได้