พิชัย แจงเหตุไทยเลื่อนเจรจาสหรัฐ ต้องพิจารณาให้รอบคอบ ยันเตรียมมาตรการไว้พร้อมแล้ว
“ทันทีที่ดูผลการเปลี่ยนแปลง จาก 90 วัน ตอนนี้เหลือแค่ 70 กว่าวันแล้ว ตอนนี้มันก็มีข้อมูลเข้ามาเรื่อยๆ ส่วนจะไปเมื่อไหร่ ผมนั่งฟังทุกวัน มีเงื่อนไขอะไรเพิ่ม ซึ่งคงจะต้องดูประเทศที่มีขนาดของการค้าที่ใหญ่กว่าไทย โดยตอนนี้ให้เจ้าหน้าที่ที่ไปนัดอีกครั้ง โดยยอมรับว่า การเปลี่ยนแปลงวันนี้ตอบยาก ทำให้ไม่มั่นใจว่า สหรัฐต้องการอะไร” นายพิชัย กล่าว
นายพิชัย กล่าวว่า สำหรับปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลง มีความไม่แน่นอนสูงขึ้น ไม่ใช่เกิดขึ้นเฉพาะประเทศไทย ความรู้สึกนี้เกิดขึ้นกับทุกประเทศ สิ่งเหล่านี้ นำมาซึ่งสิ่งที่คิดว่า ที่เคยชัดเจน อาจไม่ชัดเจน ควรจะขยับกำหนดเวลาการไปเยือน และได้หารือเพิ่มเติม แม้กระทั่งผ่านมาเกิน 10 วัน ประเทศที่ได้คุยจริง มีแค่ประเทศเดียว มีกรอบของการคุย ที่มีขนาดการค้าที่ใหญ่กว่าไทย
“การนัดวันเพื่อเจรจาเรื่องนี้ขออย่าให้เร็วกว่าคนอื่น และอย่าช้ากว่าคนอื่น เร็วไปก็ไม่ดี แล้วถ้าช้ากว่าคนอื่นก็ไม่ดี ซึ่งเหมาะสมที่สุดคือ หัวขบวนเขาโดนอะไรบ้าง กลางขบวนโดนอะไรบ้าง เราอยู่กลาง ๆ เกือบท้ายเราจะได้รู้ว่า ควรจะทำอย่างไร จริง ๆ ซึ่งสหรัฐฯ อยากให้ทุกคนหารืออยู่แล้ว เพียงแต่จะจัดคิวอย่างไร ” นายพิชัย กล่าว
ยังไรก็ตามสิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้ ยอมรับว่า ต้องเกิดผลกระทบหมด ทุกประเทศในโลกมีปัญหาเหมือนกันเนื่องจากระบบการค้าขายของโลกเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ ทุกคนต้องปรับตัว ทางรัฐบาล ได้เตรียมการเพื่อช่วยเหลือ ฟื้นฟู และปฏิรูป
“ตอนนี้ให้โจทย์และการบ้าน ต้องตามอยู่แล้วว่า กลุ่มไหนน่าจะได้รับผลกระทบ ส่วนเรื่องของปฏิรูป ยืนยันว่า เหตุการณ์ครั้งนี้เกิดกับทุกคน สิ่งที่ต้องทำคือการปฏิรูป หลักเกณฑ์ กติการการนำเข้าให้มีความชัดเจน รวดเร็ว โปร่งใส ทำเรื่องนี้เลยก็เป็นโอกาสที่ดี นอกจากนี้ ได้ตั้งโจทย์กับสภาพัฒน์ จากที่เศรษฐกิจไทยในไตรมาส 1/68 ยังเติบโตได้ดี ทั้งนี้ ยังต้องติดตาม ไตรมาส 2 แต่หากในกรณีที่ไม่ดี จะไม่ดีระดับไหน
ถ้ากรณีไม่ดีมากๆแปลว่า เมื่อส่งออกมีปัญหาก็จะกระทบภาคการผลิตและการจ้างงานก็จะน้อยลง
ซึ่งสภาพัฒน์จะต้องนำโจทย์ไปคิดในเรื่องดังกล่าวว่าต้องมีมาตรการใดเพื่อมารองรับบ้าง” นายพิชัย กล่าว
ทั้งนี้สหรัฐฯ ยังติดตามแต่ละประเทศว่ามีการแทรกแซงค่าเงินของตนเองหรือไม่ แต่อย่างไรก็ตาม สหรัฐฯ ไม่ได้มองไทยว่ามีการแทรกแซงค่าเงิน เพียงหวังว่าแต่ละประเทศจะไม่ทำ
“เราก็คงคิดว่าสหรัฐฯ อยากส่งออกมากขึ้น เหมือนทุกประเทศ ซึ่งสหรัฐฯ ก็อยากเห็นค่าเงินอ่อนบ้าง เนื่องจากเสียเปรียบดุลการค้าเยอะ เพราะฉะนั้นประเทศไหนเมื่ออ่อนทุกประเทศก็ควรจะแข่งขัน ก็เดาว่าสหรัฐฯ ไม่อยากให้แทรกแซงค่าเงินต้องให้อ่อนตามปกติตามธรรมชาติ หากทําให้อ่อนแล้วได้เปรียบอย่างนี้ไม่ได้ ซึ่งสหรัฐก็มีวิธีที่จะดูว่าประเทศไหนแทรกแซงหรือไม่” นายพิชัย กล่าว
ส่วนเรื่องการกู้เงินเพิ่มเพื่อขยายเพดานหนี้สาธารณะ 70% นั้น เรื่องดังกล่าวหากคิดว่าเศรษฐกิจลงจริง จะต้องมีการเตรียมการจ้างงาน การลงทุน และการลงทุนจะต้องทำให้เศรษฐกิจได้รับประโยชน์ทำให้ขนาดเศรษฐกิจสูงขึ้น และทำให้หนี้เล็กลง สำหรับปัจจุบันยังไม่มีโจทย์นี้ แต่ที่ว่าหากทำแล้วขนาดหนี้สาธารณะจะเกินเท่าไหร่ หรือ ไม่เกิน มันจะมีคำตอบเอง ว่าควรจะเกินหรือไม่เกิน