เคทีซี เผย แม้เศรษฐกิจชะลอตัว แต่หมวดสัตว์เลี้ยงยังเติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยปี 2567 พุ่งทะลุ 1,012 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13% พร้อมตั้งเป้าปี 2568 โตต่ออีก 10% ขณะที่ธุรกิจที่เกี่ยวข้องโรงแรม เพ็ทคลินิก ไปจนถึงประกันสัตว์เลี้ยง ต่างเร่งขยายตัวรับดีมานด์ที่พุ่งไม่หยุด
วันที่ 6 พ.ค. 2568 เคทีซี หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) จัดงานเสวนา “Paw-ssibilities: The Next Chapter of Pet Industry” พร้อมด้วยพันธมิตรผู้จัดงาน Pet Expo Thailand โรงแรม GO Hotel โรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อ และบริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) ฉายภาพเทรนด์และทิศทางการเติบโตของอุตสาหกรรมสัตว์เลี้ยงในประเทศไทย ที่มีแนวโน้มขยายตัวอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะการปรับตัวของธุรกิจต่างๆ เพื่อสอดรับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปโดยมองสัตว์เลี้ยงเป็นสมาชิกในครอบครัวและเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการทำให้เศรษฐกิจไทยเติบโต
น.ส.สิรีรัตน์ คอวนิช ผู้บริหารสูงสุดฝ่ายการตลาดบัตรเครดิต “เคทีซี” หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ในช่วงเดือนม.ค.-เม.ย. 2568 แม้ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว แต่แนวโน้มการใช้จ่ายในหมวดสัตว์เลี้ยง ผ่านบัตรเครดิตเคทีซียังมีอัตราการเติบโตถึง 10% โดยเฉพาะในข่วงเดือนมี.ค.เติบโต 15% และต่อเนื่องเดือนเม.ย.มีการเติบโตถึง 12% ตามปัจจัยฤดูกาลและวันหยุดยาวที่มีความสำคัญในการส่งเสริมการขายสินค้าสำหรับสัตว์เลี้ยง
ขณะที่ในปี 2567 การใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตเคทีซีในหมวดสัตว์เลี้ยง มียอดรวมที่ 1,012 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13% จากปี 2566 ทั้งนี้จากข้อมูล พบว่ากลุ่มสมาชิกอายุ 30 – 34 ปี มีสัดส่วนการใช้จ่ายเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงมากที่สุดถึง 17% รองลงมาคือกลุ่มสมาชิกอายุ 60 ปีขึ้นไป มีสัดส่วนที่ 16% และสมาชิกทั้ง 2 กลุ่มนี้ ยังใช้จ่ายในหมวดดังกล่าวอย่างสม่ำเสมอ ทำให้ในปี 2568 เคทีซี ยังคงตั้งเป้าหมายการเติบโตของยอดใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตเคทีซีในหมวดสัตว์เลี้ยงไว้ที่ 10%
“พฤติกรรมของคนที่เลี้ยงสัตว์ไม่เลี้ยงเป็นงานอดิเรก หรือเลี้ยงตามกระแสอีกต่อไป แต่เลี้ยงเป็นหนึ่งในสมาชิกของครอบครัว ดังนั้นในเรื่องของธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับการดูแลคุณภาพชีวิตของสัตว์เลี้ยงมีการเติบโตอย่างมาก โดยเคทีซีมองเห็นโอกาศในการต่อยอดการเติบโตของธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง ไม่เพียงร้านที่จำหน่ายสินค้าเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงหรือเพ็ทช็อป และโรงพยาบาลสัตว์เท่านั้น แต่ปัจจุบันยังมีบริการประกันภัย ประกันขีวิต ประกันสุขภาพสัตว์เลี้ยง ไปจนถึงโรงแรมและร้านอาหารที่เป็นมิตรกับสัตว์เลี้ยง ตลอดจนการจัดงานเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยง โดยเฉพาะงาน Pet Expo Thailand 2568 ที่เพิ่งจบไปล่าสุด พบว่ามีสมาชิกบัตรเครดิตเคทีซี ลงทะเบียนรับสิทธิประโยชน์ภายในงานเพิ่มขึ้นถึง 20%”
ทั้งนี้ข้อมูลของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับสัตว์เลี้ยงจำนวน 5,009 ราย และมีแนวโน้มขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากความต้องการของผู้บริโภคที่เลี้ยงสัตว์เสมือนสมาชิกในครอบครัวเช่น การทำประกันเพื่อคุ้มครองสัตว์เลี้ยง การดูแลสุขภาพด้วยเทคโนโลยี และสถานที่ที่เป็นมิตรกับสัตว์เลี้ยง (เพ็ทเฟรนด์รี่)
น.ส.ยุภา ดำรงคงวิทยานุกูล ผู้จัดการโครงการ Pet Expo Thailand บริษัท เอ็น.ซี.ซี. แมนเนจเม้นท์ แอนด์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด เปิดเผยว่า ปัจจุบันการจัดงานมหกรรมสัตว์เลี้ยงได้รับความนิยมทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งการจัดงานมีความเฉพาะเจาะจงมากขึ้น เช่น งานที่เน้นสัตว์เลี้ยงบางประเภทหรือบางสายพันธุ์โดยเฉพาะ รวมถึงมีการแบ่งโซนพิเศษเพื่อรองรับความสนใจที่หลากหลายของกลุ่มคนรักสัตว์
สำหรับงาน Pet Expo Thailand 2568 ในปีนี้ ดึงดูดผู้เข้าชมกว่า 227,700 คน โดยยอดการใช้จ่ายในงานเฉลี่ยที่ครอบครัวละ 30,000-50,000 บาท ซึ่งอันดับหนี่งยังคงเป็นอาหารและขนมสัตว์เลี้ยง รองลงมาเป็นอุปกรณ์สายจูง และอุปกรณ์ตกแต่งสัตว์เลี้ยง นอกจากนี้กระแสการเลี้ยงสัตว์พิเศษ หรือ Exotic pets จะเพิ่มขึ้นมากกว่า 50% ขณะที่เทรนด์ระดับโลกความต้องการด้านสินค้าอาหาร และบริการสำหรับสัตว์เลี้ยงพิเศษมีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียและละตินอเมริกาทำให้ธุรกิจที่เกี่ยวข้องมีโอกาสขยายตลาดเพื่อรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมนี้
ทางด้าน น.ส.จตุพร วิไลแก้ว Head of Hotel Asset Management and Operations โรงแรม GO Hotel ในเครือเซ็นทรัลพัฒนา กล่าวว่า GO Hotel ได้ปรับกลยุทธ์เพื่อตอบรับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปโดยเฉพาะกลุ่ม Gen Y และ Gen Z ที่นิยมเดินทางแบบ โรดทริป หรือ การเดินทางท่องเที่ยวโดยขับรถไปตามเส้นทางที่กำหนดไว้ และ สเตเคชั่น หรือ การท่องเที่ยวไม่ไกลจากบ้าน เหมือนเป็นการเปลี่ยนที่ทำงาน โดยไปพร้อมสัตว์เลี้ยง ซึ่งมีทั้งกลุ่มคนไทยและต่างชาติที่ทำงานในประเทศไทย (เอ็กแพต)
โดย GO Hotel ได้แบ่งสัดส่วนห้องพักแบบ Pet Friendly 15% ของจำนวนห้องพักทั้งหมด แต่หลังจากเก็บข้อมูลช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ และวันหยุดยาว พบว่ามีการเติบโตมากขึ้นทำให้ทางโรงแรมมีแผนจะเพิ่มสัดส่วนห้องพักแบบเพ็ทเฟรนด์ลี่เพิ่มขึ้น ซี่งทางโรงแรมได้เพิ่มสิ่งอำนวยความสะดวกเฉพาะสำหรับสัตว์เลี้ยง เช่น ชามอาหาร ถุงเก็บมูลสัตว์เลี้ยง ผ้าปูรองนอน รวมถึงมีเวลคัมเซ็ต อาหารสำหรับสัตว์เลี้ยง จากพันธมิตรไว้บริการ และมีพื้นที่สำหรับสัตว์เลี้ยงได้เดินเล่น รวมทั้งการอบรมให้ความรู้แก่พนักงานให้เข้าใจถึงความต้องการเฉพาะของเจ้าของสัตว์เลี้ยง เพื่อยกระดับประสบการณ์การเข้าพักของลูกค้าได้อย่างครบวงจร
นางธนัชชา วงษ์เจริญสิน ผู้อำนวยการฝ่ายธุรกิจธนาคาร 2 บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า จากการคาดการณ์ตลาดประกันภัยสัตว์เลี้ยงในประเทศไทยปี 2568 จะมีมูลค่าประมาณ 100 – 200 ล้านบาท และมีแนวโน้มเติบโตเฉลี่ยปีละ 15 – 20% ทั้งในแง่มูลค่าตลาดและจำนวนผู้ทำประกัน ซึ่งคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็นสัดส่วนเดียวกับเจ้าของสัตว์เลี้ยงทั้งหมด
ปัจจัยหลักมาจากการตระหนักถึงค่าใช้จ่ายในการดูแลและรักษาสัตว์เลี้ยงที่สูงขึ้น โดยค่ารักษาพื้นฐาน เช่น การฉีดวัคซีนหรือการตรวจสุขภาพอยู่ที่ 1,000 บาท – 5,000 บาทต่อครั้ง ส่วนการผ่าตัดหรือรักษาเฉพาะทางอาจสูงถึง 10,000 บาท – 50,000 บาท ทำให้เจ้าของสัตว์เลี้ยงเริ่มมองหาทางเลือกในการบริหารความเสี่ยงผ่านประกันภัย
ทั้งนี้ ทิพยประกันภัย เห็นถึงโอกาสดังกล่าว จึงได้พัฒนาประกันภัยสัตว์เลี้ยง ที่ครอบคลุมการรักษา คุ้มครองชีวิตสัตว์เลี้ยง และความรับผิดต่อบุคคลภายนอก เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่าย พร้อมสร้างความอุ่นใจให้เจ้าของสัตว์เลี้ยง แนวโน้มนี้ยังส่งผลให้ธุรกิจที่เกี่ยวข้อง เช่น สถานพยาบาลสำหรับสัตว์เลี้ยง ซึ่งปัจจุบันมีประมาณ 3,000 แห่งทั่วประเทศ มีโอกาสเติบโตตามความต้องการที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ขณะที่ สพ.ญ. นวพร ชวนปรีชา ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและลูกค้าสัมพันธ์ โรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อ กล่าวว่า โรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อ เปิดเผยว่าช่วงที่เกิดแผ่นดินไหวต่อเนื่องวันหยุดยาวในเดือนเม.ย.ที่ผ่านมา แม้เศรษฐกิจไม่ค่อยดี แต่โรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อ ยังเติบโต เนื่องจากหลายครอบครัวนำสัตว์เลี้ยงมาพักหรือฝากโรงพยาบาลดูแล ทั้งนี้ปัจจุบันโรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อ มีทั้งหมด 21 สาขา เป็นต่างจังหวัด 5 สาขา เชียงใหม่ 1 และ 2 พัทยา ระยอง และภูเก็ต ส่วนต่างประเทศมี 1 แห่ง ที่เวียดนาม และเตรียมจะขยายแห่งที่ 2
นอกจากนี้ในประเทศ ยังมีแผนจะขยายสาขาไปยังต่างจังหวัด โดยเฉพาะหัวเมืองใหญ่ รวมถึงขยายรูปแบบจากโรงพยาบาลไปเป็นคลินิกขนาดเล็กที่สามารถให้บริการขั้นพื้นฐานสำหรับสัตว์เลี้ยง เพื่อให้ครอบคลุมการให้บริการที่มากยิ่งขึ้น โดยสอดคล้องกับความต้องการและแนวโน้มของประชากรไทยที่เลี้ยงสัตว์เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มคนโสด คู่รักไม่มีบุตร และผู้สูงอายุ ซึ่งมองว่าสัตว์เลี้ยงคือสมาชิกที่สำคัญและต้องการให้สัตว์เลี้ยงได้รับการบริการรวมทั้งการดูแลไม่ต่างจากสมาชิกในครอบครัว
ขณะเดียวกันโรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อ ยังได้นำนวัตกรรมเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาดูแลรักษาสัตว์เลี้ยง ได้แก่ การวินิจฉัยด้วยภาพขั้นสูง (MRI, CT Scan) การผ่าตัดผ่านกล้องเพื่อลดการเจ็บปวด เวชศาสตร์เฉพาะบุคคลตามสายพันธุ์ รวมถึงบริการเสริม เช่น กายภาพบำบัด และบริการปรึกษาผ่านช่องทางดิจิทัล
น.ส.สิรีรัตน์ กล่าวทิ้งท้ายว่า เคทีซีได้ออกแคมเปญ “All my LOVE is Pet” เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของสมาชิกที่เลี้ยงสัตว์เสมือนสมาชิกในครอบครัว เพียงใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตเคทีซีที่ร้านค้าในหมวดสัตว์เลี้ยงที่ร่วมรายการ รับสิทธิพิเศษดังนี้
รับส่วนลดสูงสุด 15% จากร้านค้าสัตว์เลี้ยง และโรงพยาบาลสัตว์เลี้ยงที่ร่วมรายการ
แลกรับเครดิตเงินคืนสูงสุด 15% เมื่อมียอดใช้จ่ายต่อเซลส์สลิปต่ำกว่า 2,000 บาท และใช้คะแนน KTC FOREVER เท่ายอดใช้จ่าย แลกรับเครดิตเงินคืน 12% เมื่อมียอดใช้จ่ายต่อเซลส์สลิปตั้งแต่ 2,000 บาทขึ้นไป
และใช้คะแนน KTC FOREVER เท่ายอดใช้จ่าย แลกรับเครดิตเงินคืน 15% แบ่งชำระ 0.74% ต่อเดือน นานสูงสุด 10 เดือน เมื่อมียอดใช้จ่ายผ่านบัตรฯ ตั้งแต่ 3,000 บาท ขึ้นไป
ทั้งนี้สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.ktc.co.th/promotion/pets/pet-accessories/all-my-love-is-pet