กสส.เอ็มโอยูกับเครดิตบรูโร ช่วยสมาชิกให้หลุดพ้น ภาระหนี้เสีย หลังปมเศรษฐกิจรุม ปิดกิจการ ย้ายฐาน ลอยแพสมาชิกกว่า 10 แห่ง
นายวิศิษฐ์ ศรีสุวรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ (กสส.) เปิดเผยว่า สหกรณ์ออมทรัพย์ทั่วประเทศมีจำนวน 1,400 แห่ง มีหนี้ทั้งสิ้นประมาณ 2.2 ล้านล้านบาท มีสมาชิกที่มี ภาระหนี้เสีย เป็นหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ประมาณ 1% หรือประมาณ 10,000 ล้านบาทซึ่งยังต่ำกว่าระบบเสียในระบบสถาบันการเงินที่อยู่ประมาณ 7% ของวงเงินกู้ทั้งหมดทั่วประเทศ
หลังจากสถานการณ์เศรษฐกิจมีปัญหา เริ่มส่งผลให้สมาชิกมีปัญหาในการชำระหนี้ โดยเฉพาะสหกรณ์ออมทรัพย์ของเอกชน ที่ปิดกิจการลง

“สหกรณ์ออมทรัพย์หลายแห่งได้รับผลกระทบจากปัญหาเศรษฐกิจ โดยเฉพาะสหกรณ์ออมทรัพย์ของเอกชน ที่มีประมาณ 300 แห่ง ขณะนี้ปิดกิจการลงจากปัญหาเศรษฐกิจ มีการย้ายฐานการผลิตไปแล้วประมาณ 10 แห่ง ดังนั้นเพื่อไม่ให้มีปัญหากระทบกับ ความสามารถในการชำระหนี้ของสมาชิก กรมส่งเสริมสหกรณ์ จึงร่วมกับเครดิตบรูโร เพื่อช่วยให้สมาชิกสหกรณ์มีสภาพคล่องในการดำรงชีวิต หลังจากชำระหนี้ ต้องมีเงินเหลือประมาณ 30% ของรายได้ทั้งหมด”
นายวิศิษฐ์ กล่าวว่า ความร่วมมือในครั้งนี้จะเป็นการสร้างความเข้มแข็งแก่สหกรณ์ออมทรัพย์ให้สามารถดำเนินการสร้างวินัยทางการเงินแก่สมาชิกสหกรณ์ที่เข้าร่วมโครงการ โดยใช้เครื่องมือที่เรียกว่า “Credit Lock” นำส่งข้อมูลสมาชิก
ที่ประกอบด้วย ชื่อ -นามสกุล เลขบัตรประชาชน และวันที่เข้าร่วมโครงการฯ โดยต้องผ่านการยินยอมจากสมาชิกในการรับเงื่อนไขไม่ก่อหนี้เพิ่ม ให้แก่ บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด นำไปดำเนินการตรวจสอบ
เพื่อระบุให้สถาบันการเงินอื่นๆใช้พิจารณาในการปล่อยสินเชื่อเพิ่มเติมแก่สมาชิกรายดังกล่าว หากยังมีหนี้สินที่ยังค้างชำระก็จะไม่สามารถกู้สินเชื่ออื่นๆเพิ่มเติมได้ แต่หากสมาชิกปลดหนี้เรียบร้อยแล้ว ก็สามารถแจ้งยกเลิกเงื่อนไขไม่ก่อหนี้เพิ่ม และกรมส่งเสริมฯ จะนำส่งข้อมูลสมาชิกที่ออกจากโครงการ ให้บริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติ ดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป

จะเป็นการช่วยให้สมาชิกมีวินัยทางการเงินและส่งผลให้การบริหารสินเชื่อของสหกรณ์มีความเหมาะสมและยั่งยืน อย่างไรก็ตาม หากสมาชิกดำเนินการแก้ไขปัญหาหนี้สินเรียบร้อยแล้ว สามารถดำเนินการยกเลิกเงื่อนไขไม่ก่อหนี้เพิ่มได้ ซึ่งกรมส่งเสริมสหกรณ์จะนำส่งข้อมูลวันที่สมาชิกออกจากโครงการเพื่อให้บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด ดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป
นายสุรพล โอภาสเสถียร ผู้จัดการใหญ่ บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด (เครดิตบรูโร) กล่าวว่า บริษัทร่วมลงนามบันทึกร่วมมือ (เอ็มโอยู) การใช้ข้อมูลเครดิต เพื่อแก้ไขปัญหาหนี้สิน สมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์ เป็นการผลักดันให้เกิดการบริหารจัดการภาคสหกรณ์บนฐานข้อมูล เพื่อนำไปสู่การวางแผนเชิงกลยุทธ์ที่มีประสิทธิภาพ
เบื้องต้นได้ร่วมกับสหกรณ์ออมทรัพย์แล้วประมาณ 7 แห่ง เชื่อว่าการร่วมมือครั้งนี้จะช่วยให้สมาชิกสามารถมีสภาพคล่อง และหลุดพ้นจากปัญหานี้สินได้ การแก้หนี้โดยการรวมหนี้มาไว้ที่สหกรณ์ทางเดียว คือวิธีที่ง่ายต่อการบริหารจัดการมากที่สุด เพื่อป้องกันการก่อหนี้เพิ่ม ซึ่งการที่ลูกหนี้สหกรณ์ยินยอมที่จะรวมหนี้
และส่งข้อมูลมาให้ เครดิต บูโร เปรียบเสมือนการยินยอมให้ตรวจสอบและส่งสัญญาณให้สถาบันการเงินกว่า 160 แห่ง ที่อยู่ในระบบเครดิตบรูโร ทราบว่าสมาชิกรายดังกล่าวจะไม่สามารถก่อหนี้ใหม่เพิ่มได้ ถือว่าเป็นการสร้างวินัยทางการเงิน
ภาพรวมหนี้ของคนไทย ที่เครดิต บูโร มีการเก็บสถิติประมาณ 33 ล้านราย แบ่งเป็นหนี้ครัวเรือนไทยภาพรวมอยู่ที่ 16.3 ล้านล้านบาท หากแยกหนี้ กยศ. และหนี้สหกรณ์ออมทรัพย์ จะเหลือข้อมูลที่อยู่ในระบบเครดิตบูโรประมาณ 13.4 ล้านล้านบาท
ซึ่งมูลหนี้จำนวนนี้ครอบคลุมการปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงิน 160 แห่ง ทั้งในและต่างประเทศ และคิดเป็นหนี้เสีย จำนวน 1.1 ล้านล้านบาท แบ่งเป็นหนี้เสียรายบุคคลประมาณ 5 ล้านราย และจำนวน 3.3 ล้านรายเป็นหนี้เสียที่มีมูลหนี้ไม่เกิน 100,000 บาท
ปัจจุบันแนวโน้มหนี้เสียทรงตัว อัตตราการเติบโตติดลบ 0.5% สาเหตุมาจากสถาบันการเงินไม่มีการปล่อยสินเชื่อเพิ่ม ทั้งนี้หากมีมาตรการรัฐเข้ามาช่วยสนับสนุน เช่นขยายระยะเวลามาตรการคุณสู้-เราช่วย มีมาตรการแก้หนี้เพิ่มเติม ทั้งจากสหกรณ์ออมทรัพย์ และสถานบันการเงินต่างๆ เชื่อว่า จะทำให้มีแนวโน้มหนี้เสียคงที่ และค่อยๆลดลงอย่างค่อยเป็นค่อยไป