เอพี ประเดิมไตรมาสแรก ด้วยรายได้รวม 9,509 ล้านบาท กำไรสุทธิ 864 ล้านบาท ปี 68 เปิดโครงการใหม่ตามแผน 42 โครงการ รวม 65,000 ล้านบาท ครอบคลุมบ้าน-คอนโด ทั่วประเทศ ชูจุดแข็งการเงินแกร่ง พร้อมเดินหน้าโตท่ามกลางเศรษฐกิจผันผวน

วันที่ 14 พ.ค. 2568 นายวิทการ จันทวิมล รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานกลยุทธ์องค์กรและการสร้างสรรค์ บริษัท เอพี ไทยแลนด์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ปี 2568 บริษัทยังคงสัดส่วนการเติบโตที่สูงในอุตสาหกรรม ทั้งรายได้รวมซึ่งทำได้ 9,509 ล้านบาท กำไรสุทธิที่ 864 ล้านบาท และยอดขายสุทธิที่ 12,110 ล้านบาท

ขณะที่เสถียรภาพทางการเงินที่แข็งแกร่ง ด้วยสัดส่วนหนี้สินสุทธิต่อทุนที่ต่ำ 0.68 เท่า สภาพคล่องทางการเงินและศักยภาพในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนอยู่ในระดับที่ดี เพียงพอต่อการเติบโตท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจโลกผันผวน

สำหรับแผนธุรกิจในไตรมาส 2 เตรียมเปิดตัวแนวราบใหม่ 7 โครงการ มูลค่ารวม 12,100 ล้านบาท พร้อมกับเตรียมโอนกรรมสิทธิ์ 3 คอนโดมิเนียมพร้อมอยู่ มูลค่ารวม 8,100 ล้านบาท

โดยกลุ่มธุรกิจทาวน์โฮมและบ้านแฝด เตรียมขยายการสร้าง เอพี คอมมูนิตี้ ไปยังทำเลใหม่ อย่างเมืองเอก วิภาวดี-รังสิต เพื่อสานต่อการเป็นบริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่มีโครงการมากสุด ครอบคลุม 11 โซนกว่า 90 โครงการพร้อมอยู่

ทั้งนี้เมื่อรวมโครงการที่อยู่ระหว่างการขาย ในทุกกลุ่มสินค้าแล้วจะมากกว่า 180 โครงการ ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างรายได้ให้เอพีอย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ดีในกลุ่มธุรกิจบ้านเดี่ยว ซึ่งจะเป็นครั้งแรกที่มีการเปิดโครงการใหม่ครบทุกกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย หลังจากครึ่งปีแรก เปิดไปแล้ว 5 โครงการใหม่ ภายใต้ 3 แบรนด์ ประกอบด้วย เดอะ พาลาซโซ่ – มาเจสติก คอลเลกชัน เป็นบ้านเดี่ยวระดับอัลตร้าลักซ์ชัวรี,เดอะ ซิตี้ บ้านเดี่ยวขนาดใหญ่ 100 ตร.ว.ขึ้นไป และ เซนโทร บ้านเดี่ยวสำหรับครอบครัวคนเมือง ในหลายทำเล

ส่วนกลุ่มธุรกิจคอนโดมิเนียม เตรียมโอนกรรมสิทธิ์ 3 โครงการ มูลค่ารวม 8,100 ล้านบาท ประกอบด้วย แอสไปร์ สุขุมวิท-พระราม 4 ใกล้ BTS พระโขนง รูแบบห้อง VERTIPLEX หรือเพดานสูง ราคาเริ่มที่ 3.89 ล้านบาท,แอสไปร์ อ่อนนุช สเตชั่น เริ่ม 4.19 ล้านบาท และ แอสไปร์ อรุณ พรีเว่ เป็นคอนโดโลว์ไรส์ ราคาเริ่มต้น 3.79 ล้านบาท

นายวิทการ กล่าวด้วยว่า แม้ภาพรวมเศรษฐกิจไทยในไตรมาส 2 นี้ ยังมีความท้าทายรออยู่อีกมาก และเชื่อว่าจะเป็นอีกปีที่ไม่ได้ง่าย ด้วยปัจจัยต่างๆ ที่ส่งผล กระทบต่อเนื่องมาจากปีที่แล้วอย่างเลี่ยงไม่ได้

ถึงแม้ภาครัฐจะเริ่มมีการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ และภาคอสังหาริมทรัพย์ อาทิ การลดค่าโอน-จดจำนอง การพิจารณาผ่อนเกณฑ์ LTV สำหรับผู้ซื้อบ้านหลังแรก และการกระตุ้นการใช้จ่ายในประเทศ

แต่อย่างไรก็ดี สิ่งที่จะช่วยให้บริษัทยังคงแข็งแกร่งท่ามกลางพายุนี้ได้คือ การรักษาเสถียรภาพทางการเงิน ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของการดำเนินธุรกิจในยุคที่ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงเร็ว ซึ่งเอพีให้ความสำคัญอย่างมากกับการบริหารกระแสเงินสด การควบคุมต้นทุน ตลอดจนการรักษาความสามารถในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนที่มีคุณภาพ เพื่อให้สามารถเดินหน้าได้อย่างมั่นคง ไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์แบบใด

โดยในปี 2568 บริษัทตั้งเป้ายอดขายอสังหาริมทรัพย์ไว้ที่ 55,000 ล้านบาท เป้ารายได้รวมที่ 52,900 ล้านบาท กับแผนเปิดตัวโครงการใหม่จำนวน 42 โครงการ มูลค่ารวม 65,000 ล้านบาท

แบ่งเป็นบ้านเดี่ยว 15 โครงการ มูลค่า 26,500 ล้านบาท ทาวน์โฮมและบ้านแฝด จำนวน 18 โครงการ มูลค่า 15,000 ล้านบาท คอนโดมิเนียม 6 โครงการ มูลค่า 20,200 ล้านบาท และโครงการในต่างจังหวัด 3 โครงการ มูลค่า 3,300 ล้านบาท

ทั้งนี้เมื่อรวมกับโครงการที่อยู่ระหว่างการขาย จะทำให้เอพี ไทยแลนด์ เป็นบริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่มีจำนวนโครงการมากที่สุดรวม 223 โครงการ ทั่วกรุงเทพฯ ปริมณฑล และทุกภูมิภาคทั่วประเทศไทย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน