สรวงศ์ ชง ครม. ขอ1.3 หมื่นล. พัฒนา-กระตุ้นท่องเที่ยว ยัน ปรับครม. ไม่กระทบ นทท.

นายสรวงศ์ เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า แผนการกระตุ้นภาคการท่องเที่ยวไทยต่อจากนี้ กระทรวงฯ ได้สรุปโครงการงบลงทุนเพื่อขอรับการจัดสรรงบกลางกระตุ้นเศรษฐกิจของทุกหน่วยงานภายใต้กระทรวง รวมถึงโครงการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ของกระทรวงวัฒนธรรม และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมทั้งสิ้น 184 โครงการ รวมวงเงิน 13,381 ล้านบาท

โดยคาดว่าจะสามารถส่งผลกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านการท่องเที่ยวได้เป็นมูลค่า 267,000 ล้านบาท โครงการที่เสนอทั้งหมดนี้จะต้องผ่านการกลั่นกรองของคณะอนุกรรมการกลั่นกรองโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ ในวันที่ 5 มิ.ย. เพื่อพิจารณาว่าโครงการใดจะได้รับการอนุมัติ จากนั้นจะนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 10 มิ.ย. 2568

นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า จากกระแสการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ยืนยันว่าไม่ส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยว เพราะเศรษฐกิจเป็นเรื่องปากท้องของประชาชน ททท.จึงต้องเดินหน้าตามแผนงานต่อ เนื่องจากหากมองว่าเศรษฐกิจของประเทศชาติ การท่องเที่ยวเป็นองค์ประกอบหนึ่งที่จะทำให้แข็งแรงสมบูรณ์

โดยเฉพาะเรื่องการทำตลาดจะต้องทำด้วยใจและการลงเงิน อาทิ การส่งเสริมการตลาดร่วมกัน (จ้อยโปรโมชั่น) ซึ่งตอนนี้ได้ทำแผนการส่งเสริมตลาดการท่องเที่ยวไทยผ่านการของบประมาณจากงบกระตุ้นเศรษฐกิจก้อน 1.57 แสนล้านบาท เพราะตลาดคู่แข่งมีการใช้เงินงบประมาณส่งเสริมการตลาดร่วมกันจำนวนมากเช่นกัน

“ประเทศไทยไม่จำเป็นต้องใช้งบประมาณทำแคมเปญการตลาดร่วมกันเป็นเม็ดเงินจำนวนมากขนาดนั้น เพราะองค์ประกอบภาคการท่องเที่ยวของไทยมีความสมบูรณ์อยู่แล้ว รวมถึงมีดีมานด์อยู่แล้ว ซึ่งทุกตลาดมีการทำการบ้านอยู่แล้ว แต่ต้องเลือกว่าจะนำตลาดใดมาทำแคมเปญร่วมกันอย่างไร รูปแบบใด” นางสาวฐาปนีย์ กล่าว

นางสาวฐาปนีย์ กล่าวว่า การวางแผนกระตุ้นตลาดท่องเที่ยวไทย ททท.จะเสนอของบมากกว่า 3,200 ล้านบาท ซึ่งจะก่อให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจท่องเที่ยวเป็นมูลค่า 90,000 ล้านบาท โดยโครงการจะต้องเริ่มดำเนินการก่อนเดือนกันยายนนี้ และดำเนินการจนถึงเดือนก.ย. 2569 ซึ่งมี 3 โครงการ ได้แก่

1.โครงการเที่ยวไทยคนละครึ่ง วงเงิน 1,780 ล้านบาท ล่าสุดปรับเงื่อนไขการใช้สิทธิ กำหนดจำนวนสิทธิอยู่ที่ 500,000 สิทธิ 2.โครงการสนับสนุนแพลตฟอร์มท่องเที่ยวออนไลน์ (OTA) วงเงิน 800 ล้านบาท และ 3.โครงการไทยแลนด์ ซัมเมอร์ บลาสต์ – ไชน่า แอนด์ โอเวอร์ซี มาร์เก็ต สติมูลัส แพลน (Thailand Summer Blast – China & Overseas Market Stimulus Plan) วงเงิน 750 ล้านบาท

ทั้งนี้จะช่วยกระตุ้นมูลค่าทางเศรษฐกิจท่องเที่ยว 33,518 ล้านบาท ทำให้มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าไทยไม่น้อยกว่า 790,000 คน ภายใต้โครงการนี้แบ่งการจัดสรรงบ 350 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนเที่ยวบินเช่าเหมาลำ (ชาร์เตอร์ไฟลต์) จากประเทศจีนและตลาดอื่นๆ บินตรงเข้าไทย

ด้วยการสนับสนุนเงิน 350,000 บาทต่อเที่ยวบินเช่าเหมาลำ จำนวนไม่น้อยกว่า 1,000 เที่ยวบินจาก 15 เมืองรองของจีนเข้าสู่กรุงเทพฯ ภูเก็ต เชียงใหม่ เชียงราย พัทยา กระบี่ และสมุย คาดดึงนักท่องเที่ยวเข้าไทย 140,000 คน

นางสาวฐาปนีย์ กล่าวต่อว่า รวมถึงของบ 250 ล้านบาทเพื่อนำไปทำโปรโมชั่นร่วมกับเที่ยวบินเชิงพาณิชย์ของสายการบินทั้งในไทยและต่างประเทศ โดยคาดว่าจะดึงนักท่องเที่ยวเข้าไทยมากกว่า 500,000 คน และอีก 150 ล้านบาท

สำหรับกระตุ้นตลาดเดินทางเพื่อเป็นรางวัล (อินเซนทีฟ) และกลุ่มซัมเมอร์แคมป์ ซึ่งนอกจาก 3 โครงการดังกล่าวแล้ว ททท.ยังได้เสนอของบมาทำการตลาดประชาสัมพันธ์เพิ่มเติม รวมถึงการดึงเอ็กซ์คลูซีฟคอนเสิร์ต (Exclusive Concert) จากศิลปินระดับโลก และการสนับสนุนงานคอนเสิร์ตที่ผู้ประกอบการสัญชาติไทยเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์

ทั้งนี้ททท.จัดงานส่งเสริมการขายด้านการท่องเที่ยวครั้งยิ่งใหญ่ Thailand Travel Mart Plus (TTM+) 2025 จัดขึ้นในวันที่ 4 – 6 มิถุนายน 2568 ณ อุทยานหลวงราชพฤกษ์ จังหวัดเชียงใหม่ โดยนำผู้ประกอบการท่องเที่ยวไทย 450 ราย เสนอสินค้าและบริการด้านการท่องเที่ยวกับผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวกว่า 406 ราย จาก 53 ประเทศทั่วโลก คาดสร้างจำนวนนัดหมายเจรจาธุรกิจกว่า 13,000 นัดหมาย รายได้หมุนเวียนกว่า 4,296 ล้านบาท

โดยมีนายสรวงศ์ เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานในพิธีเปิดงาน ซึ่งปี 2568 นี้ มีผู้ซื้อจากต่างประเทศเป็นตลาดใหม่ๆ ที่ยังไม่เคยเข้ามากว่า 30% ตลาดระยะใกล้ อันดับ 1 เป็นจีน และอินเดียตามมาติดๆ ในสัดส่วนนี้มี 30%

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน