บมจ.เอสพีซีจี หรือ SPCG ตอกย้ำความสำเร็จการร่วมลงทุนโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในญี่ปุ่น ล่าสุดเปิดโครงการ Kagoshima Oura Mega Solar กำลังการผลิต 8.02 เมกะวัตต์ ในเมืองคาโนยะ จ.คาโกชิมะ เริ่ม COD แล้ว เสริมแกร่งธุรกิจพลังงานหมุนเวียนในต่างประเทศ

วันที่ 4 มิ.ย. 2568 นางวันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอสพีซีจี จำกัด (มหาชน) หรือ SPCG เปิดเผยว่า บริษัทวางแผนมุ่งขยายการลงทุนธุรกิจพลังงานหมุนเวียนทั้งในและต่างประเทศ เพื่อเสริมสร้างความยั่งยืนด้านพลังงาน และเสริมศักยภาพการดำเนินธุรกิจ รวมถึงความมั่นคงแก่ผลการดำเนินงานในระยะยาว
ล่าสุด บริษัทประสบความสำเร็จจากการเข้าร่วมลงทุนกับ TESS Holdings Co., Ltd. ในโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ Kagoshima Oura Mega Solar ในเมืองคาโนยะ จังหวัดคาโกชิมะ ประเทศญี่ปุ่น ซึ่ง SPCG ถือหุ้นในสัดส่วน 20% คิดเป็นมูลค่าการลงทุนประมาณ 85,282,000 เยน
ทั้งนี้โครงการ Kagoshima Oura Mega Solar ดำเนินการโดย Kagoshima Oura Solar LLC มีกำลังการผลิตไฟฟ้าประมาณ 8.02 เมกะวัตต์ (MW) โดยมีบริษัท Tess Engineering Co., Ltd. ในเครือของกลุ่ม Kazuki Yamamoto ซึ่งเป็นพันธมิตรของ SPCG มายาวนาน รับผิดชอบการดำเนินงานด้านวิศวกรรม จัดซื้อจัดจ้าง และก่อสร้าง (EPC) ตั้งแต่เดือนธ.ค. 2566 และดำเนินการส่งมอบโครงการสำเร็จเป็นที่เรียบร้อยเมื่อเดือนมี.ค. 2568

รวมถึงเริ่มผลิตไฟฟ้าเพื่อจำหน่ายเชิงพาณิชย์ (COD) ตั้งแต่วันที่ 25 มี.ค. 2568 โดยมี Kyushu Electric Power Co., Inc. เป็นผู้รับซื้อไฟฟ้า เป็นระยะเวลารวม 18 ปี 1 เดือน อัตรารับซื้อไฟฟ้าในรูปแบบ FiT ที่ 36 เยนต่อหน่วย ซึ่งบริษัทคาดว่าจะเริ่มรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากการลงทุนตั้งแต่ไตรมาส 2 ปี 2569 ซึ่งจะเสริมความแข็งแกร่งแก่ผลการดำเนินงานของบริษัท

ล่าสุด เมื่อวันที่ 27 พ.ค. 2568 ได้มีพิธีเปิดโครงการดังกล่าวอย่างเป็นทางการที่ประเทศญี่ปุ่น โดยมีนาย Kazuki Yamamoto ประธานและ CEO ของบริษัท Tess Engineering Co., Ltd. เป็นประธานในพิธี ร่วมกับตัวแทนจากบริษัท และบริษัทที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาและก่อสร้างโครงการ
“การลงทุนครั้งนี้นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของ SPCG ในการขยายธุรกิจพลังงานหมุนเวียนในต่างประเทศ ตามเป้าหมายเป็นผู้นำในการลดคาร์บอนและขับเคลื่อนการใช้พลังงานสะอาด โดย SPCG มุ่งมั่นหาโอกาสขยายการลงทุนในโครงการพลังงานที่หลากหลายเพื่อตอบสนองความต้องการด้านพลังงานที่ยั่งยืน” นางวันดี กล่าว