ซีพีเอฟ ยันไตรมาส2 ปี68 ผลการดำเนินงานยังแกร่ง ส่วนเหตุการณ์ “ ไทย-กัมพูชา ” ไม่ส่งผลกระทบในเชิงลบ แต่บริษัทยังคงจับตาสถานการณ์ใกล้ชิด
นายประสิทธิ์ บุญดวงประเสริฐ ประธานคณะผู้บริหาร บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ เปิดเผยว่า ซีพีเอฟติดตามสถานการณ์ความไม่เข้าใจระหว่าง ” ไทย-กัมพูชา ” อย่างใกล้ชิด และขณะนี้ไม่ได้ส่งผลกระทบในเชิงลบกับผลการดำเนินงานในประเทศกัมพูชาของบริษัทแต่อย่างใด
ขณะนี้ผลการดำเนินงานในต่างประเทศ ยังคงเป็นไปตามเป้าหมาย และบางประเทศดีเกินกว่าที่คาด เหตุการณ์ในประเทศเวียดนามได้คลี่คลายลงกลับเข้าสู่ภาวะปกติ
ดังนั้นผลการดำเนินงานของซีพีเอฟยังแข็งแกร่ง คาดว่าไตรมาส 2 ยังมีผลการดำเนินงานที่ดี แม้ว่าราคาหมูจะอ่อนลงตามฤดูกาลที่เข้าหน้าฝน แต่ก็ยังอยู่ในระดับราคาที่สูงกว่าที่บริษัทเคยคิดว่าจะเกิดขึ้นในปีนี้ ส่วนไตรมาสก่อนหน้า ที่มีกำไร 8,549 ล้านบาท เพิ่มจากช่วงเดียวกันของปีก่อนถึง 642% หรือโต 6 เท่า สะท้อนศักยภาพผู้นำเกษตรอาหาร
อย่างไรก็ตาม ซีพีเอฟเชื่อว่าด้วยความมุ่งมั่นในการนำระบบงานต่างๆ เข้ามาพัฒนาประสิทธิภาพในการทำงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การพัฒนามาตรฐานการเลี้ยงสัตว์ให้มีความปลอดภัยทางชีวภาพสูงสุด จะทำให้บริษัทมีต้นทุนที่ดี สามารถแข่งขันในตลาดได้ รวมทั้งการพัฒนาไปสู่นวัตกรรมความยั่งยืน จะทำให้บริษัทสามารถสร้างความพึงพอใจให้กับผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วนได้อย่างเหมาะสม