“ จตุพร ” รมว.ป้ายแดง เตรียมชง มาตรการเยียวผู้ประกอบการหลังเจอพิษ ภาษีทรัมป์ เชื่อจากนี้ต่อไปภาษีส่งออกของไทย ไปสหรัฐจะไม่เหมือนเดิม
วันที่ 7 ก.ค. 2568 เมื่อเวลา 9.29 น. นายจตุพร บุรุษพัฒน์ รมว.พาณิชย์ เดินทางเข้าสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำ กระทรวงฯ หลังจากนั้นให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าว ว่า ขณะนี้อยากให้มองข้ามเรื่องของการเจรจา ภาษีสหรัฐฯ( ภาษีทรัมป์ ) เพราะจากนี้อัตราภาษีคงจะไม่เหมือนเดิม โดยกระทรวงพาณิชย์จะต้องเร่งหารือภาคเอกชน ประเมินผลกระทบ และ มาตรการเยียวยาผู้ประกอบการ
เพื่อขอใช้งบประมาณที่รัฐบาลกันสำรองไว้ 1 หมื่นล้านบาท จากงบกระตุ้นเศรษฐกิจ 1.15 แสนล้านบาท โดยให้มองเรื่องของการเตรียมมาตรากรเยียวยาผู้ประกอบการ ที่ได้รับผลกระทบจากการขึ้นภาษีครั้งนี้ แต่กระทรวงพาณิชย์จะขอจัดสรรเท่าไหร่ยังตอบไม่ได้ เพราะแต่ละกระทรวงจะต้องกลับไปจัดทำแผนเยียวยาเสนอไปยังคณะรัฐมนตรี (ครม.)เพื่อขออนุมัติการใช้งบประมาณ โดยจะทำแผนให้เร็วที่สุด
สำหรับผลการเจรจาภาษีสหรัฐฯ นั้นหากได้สรุปที่ชัดเจนแล้วตามขั้นตอน จะต้องมีการรายงานผลต่อเพื่อความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีและรัฐสภาต่อไป เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายข้อตกลงระหว่างประเทศ
ส่วนของการเจรจาภาษีสหรัฐฯ กระทรวงพาณิชย์ ได้จัดทำข้อมูลรายละเอียดเพิ่มเติมเพื่อใช้ในการเจรจารอบใหม่แล้ว ซึ่งทีมเจรจาภาษีสหรัฐฯ ที่มีนายพิชัย ชุณหวิชร รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง เป็นหัวหน้าทีมไทยแลนด์ ได้จัดส่งข้อเสนอใหม่ให้สหรัฐฯพิจารณาแล้วเมื่อวันที่ 6 ก.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งมีทั้งประเด็น การนำเข้า และการส่งออกสินค้าสหรัฐฯ รวมถึงการเปิดตลาดสินค้าให้แก่สหรัฐฯ เพิ่มขึ้น
นอกจากนี้ งานเร่งด่วนที่ต้องดำเนินการ ว่า เรื่องแรก 1.คือการเจรจาภาษีสหรัฐฯ 2.การแก้ปัญหาราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ 3.การแก้ปัญหาสินค้าสวมสิทธิ และ 4 แก้ไขกฎหมายที่เป็นอุปสรรคต่อการค้า
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้นายพิชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรี ได้ยื่นข้อเสนอใหม่ต่อสหรัฐฯ เพื่อลดผลกระทบการเก็บภาษีนำเข้าที่ 36% โดยตั้งเป้าอัตราภาษีให้เหลือภาษีต่ำสุดราว 10-20% สำหรับข้อเสนอใหม่ที่ไทยส่งให้สหรัฐฯพิจารณา เช่น ไทยจะลดการเกินดุลกับสหรัฐฯ 70% ภายใน 5 ปี ซึ่งปัจจุบัน ไทยเกินดุลสหรัฐฯ 46, 000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ โดยได้เสนอเพิ่มการซื้อขายพลังงาน และเครื่องบินโบอิ้งเพิ่มขึ้น
ล่าสุดสหรัฐฯ เตรียมส่งจดหมายอัตราภาษีใหม่กับประเทศคู่ค้ากว่า 100 ประเทศ 9 ก.ค. แต่จะเลื่อนการบังคับใช้ภาษีไปเป็นวันที่ 1 ส.ค.
ส่วนการแบ่งงานในกระทรวงพาณิชย์นั้นผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อวันที่ 7ก.ค.2568 นายจุตพร ได้ลงนามในคำสั่ง มอบหมายให้ นายสุชาติ ชมกลิ่น รมช.พาณิชย์ ปฏิบัติราชการแทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในการสั่งการ กรม ส่วนราชการและหน่วยงานในกำกับกระทรวงพาณิชย์ ดังนี้
1 .กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ 2. กรมพัฒนาธุรกิจการค้า 3. กรมการค้าภายใน และ4. องค์การคลังสินค้า
ส่วน นายฉันทวิชญ์ ทัณฑสิทสิทธิ์ รมช.พาณิชย์ ปฏิบัติราชการแทนรัฐมนตรีว่าการกระพรวงพาณิชย์ ในการสั่งการ กรม ส่วนราชการและหน่วยงานในกำกับกระทรวงพาณิชย์ ดังนี้
1.กรมการค้าต่างประเทศ 2. กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ 3.สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า และ4.สถาบันระหว่างประเทศเพื่อการค้าและการพัฒนา (องค์การมหาชน)
โดยหน่วยงานที่เหลือจะภายใต้กำกับดูแลโดย นายจตุพร ได้แก่ สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ กรมทรัพย์สินทางปัญญา สถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย และ สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ