ส.อ.ท. ปรับประมาณการยอดผลิตรถยนต์เพื่อส่งออก ลดลง 5 หมื่นคัน ฉุดยอดผลิตทั้งปีเหลือ 1.45 ล้านคัน ยืนเป้ายอดขายในประเทศ 6 แสนคันตามเดิม
นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ ที่ปรึกษาประธานกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์และโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ส.อ.ท.ปรับประมาณการยอดผลิตรถยนต์ปี 2568 เหลือ 1.45 ล้านคัน ลดลงจากเดิมตั้งเป้าหมายไว้ที่ 1.5 ล้านคัน โดยเป็นการลดลงของการผลิตเพื่อส่งออก 50,000 คัน อยู่ที่ 950,000 คัน จากเดิมคาดอยู่ที่ 1 ล้านคัน ขณะที่การผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศยังคงประมาณการณ์เดิมอยู่ที่ 500,000 คัน
ทั้งนี้ สอดคล้องกับยอดผลิตรถยนต์ในช่วง 6 เดือนแรกของปีนี้ (ม.ค.-มิ.ย.2568) อยู่ที่ 724,715 คัน ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 4.80% ซึ่งเป็นผลจากยอดผลิตเพื่อส่งออกอยู่ที่ 475,013 คัน ลดลง 7.98% ตามยอดส่งออกรถยนต์สำเร็จรูป อยู่ที่ 459,357 คัน ลดลง 11.50% โดยการส่งออกรถยนต์เฉพาะเดือนมิ.ย.2568 อยู่ที่ 88,085 คัน ลดลงจากปีก่อน 1.11% เนื่องจากการเลิกผลิตรถยนต์นั่งเพื่อส่งออกบางรุ่น จากการเข้มงวดเรื่องอุปกรณ์ช่วยเหลือการขับ เพื่อความปลอดภัยและประสิทธิภาพการใช้เชื้อเพลิงของประเทศคู่ค้า
“หากการเจรจาขอลดภาษีสินค้าที่ไทยส่งออกไปสหรัฐไม่สำเร็จ โดยไทยยังถูกเก็บภาษีในอัตรา 36% สูงกว่าประเทศคู่แข่ง ทำให้เศรษฐกิจไทยปีนี้โตแค่ 1% ตามที่หลายฝ่ายคาด จะยิ่งส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ ภาคอุตสาหกรรมและการส่งออกสินค้าต่างๆ รวมถึงแรงงานจะได้รับผลกระทบด้านรายได้ลดลงตามไปด้วย“
ขณะที่ ยอดจำหน่ายในประเทศ 6 เดือนแรกของปีนี้ แม้ว่าจะลดลง 1.73% อยู่ที่ 302,694 คัน แต่ยอดผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศ 6 เดือนอยู่ที่ 249,702 คัน เพิ่มขึ้น 1.90% สอดคล้องกับยอดขายในประเทศเฉพาะเดือนมิ.ย.2568 อยู่ที่ 50,079 คัน เพิ่มขึ้นเป็นเดือนที่สาม 5.07% เพราะเทียบกับฐานต่ำของปีที่แล้ว จากยอดขายที่ลดลงตั้งแต่เดือนเม.ย.2566 เป็นต้นมา โดยเป็นการเพิ่มขึ้นจากการขายรถยนต์ไฟฟ้าฃ และรถเอนกประสงค์ที่ดัดแปลงจากรถปิกอัพ (PPV) ที่มีการออกรุ่นใหม่ของบางบริษัท
อย่างไรก็ตาม รถกระบะยังคงขายลดลง 19.9% จากการเข้มงวดในการอนุมัติสินเชื่อของสถาบันการเงินเพราะหนี้ครัวเรือนสูงและเศรษฐกิจในประเทศยังคงอ่อนแอจากการลงทุนภาคเอกชนไตรมาส 1/2568 ลดลง 0.9% จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้แรงงาน โดยภาคการผลิตลดลง 0.4% สาขาก่อสร้างลดลง 5.1% อำนาจซื้อของประชาชนจึงอ่อนแอ